เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811(กม)/1041
วันที่: 3 มิถุนายน 2541
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีวิทยาลัยจำหน่ายนมปรุงแต่งและไม่ปรุงแต่ง
ข้อกฎหมาย: มาตรา 39, มาตรา 69 ทวิ
ข้อหารือ: 1. วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยี จำหน่ายนมชนิดปรุงแต่งและไม่ปรุงแต่งให้กับ
ส่วนราชการ และนำเงินจากการจำหน่ายไปเป็นค่าบำรุงการศึกษา วิทยาลัยฯ จะต้องเสียภาษีหรือหัก
ภาษี ณ ที่จ่ายจากส่วนราชการผู้ซื้อนำส่งหรือไม่
2. วิทยาลัยฯ จ่ายค่าขนส่งนมให้กับผู้รับจ้างขนส่งในอัตราถุงละ 1 บาท ใน 1 สัปดาห์
ขนส่ง 2-3 ครั้ง ๆ ละ 1,000 - 1,500 ถุง จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายกรณีค่าขนส่งนมให้กับ
ผู้รับจ้างขนส่งไม่ถึง 10,000 บาท ต่อการขนส่งแต่ละครั้งหรือไม่
3. พ่อค้าคนกลางรับซื้อนมจากวิทยาลัยฯ ไปจำหน่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงาน
ประถมศึกษาหรือส่วนราชการอื่นโดยการจ่ายเงินแต่ละครั้งไม่เกิน 10,000 บาท แต่เป็นการจ่ายประจำ
เดือนตลอดเดือนและจ่ายเป็นงวด โรงเรียนจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งหรือไม่
4. โรงเรียนแต่ละแห่งที่รับซื้อนมในฐานะเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้และนำส่งภาษีอากร จะ
ต้องขอมีเลขบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรหรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. วิทยาลัยฯ จำหน่ายนมปรุงแต่งและไม่ปรุงแต่งให้กับส่วนราชการอื่นไม่มีหน้าที่ต้องเสีย
ภาษีเงินได้เพราะเป็นส่วนราชการไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามนัยมาตรา 39
แห่งประมวลรัษฎากร และไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 แห่ง
ประมวลรัษฎากร
กรณีวิทยาลัยฯ มีรายรับจากการจำหน่ายนมชนิดปรุงแต่งด้วยรสต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริงเข้า
ลักษณะเป็นผู้ประกอบการตามมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากรและมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ดังนี้
(1) กรณีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 600,000 บาทต่อปี ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร
(2) กรณีมีมูลค่าของฐานภาษีเกิน 600,000 บาทแต่ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่าย ทั้งนี้ ตามมาตรา 82/16
แห่งประมวลรัษฎากร
(3) กรณีมีมูลค่าของฐานภาษีเกิน 1,200,000 บาทต่อปี ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใน
อัตราร้อยละ 7.0 โดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ ทั้งนี้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
(4) กรณีมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 600,000 บาทต่อปีตาม (1) หรือมีมูลค่าของ
ฐานภาษีเกิน 600,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปีตาม (2) ผู้ประกอบการดังกล่าวมีสิทธิ
แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 โดยคำนวณจาก
ภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ ทั้งนี้ ตามมาตรา 81/3 (2) และมาตรา 82/17 แห่งประมวลรัษฎากร
อนึ่งสำหรับ (3) และ (4) นั้น นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2540 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ
10.0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการ
ลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 309) พ.ศ. 2540
2. กรณีวิทยาลัยฯ จ่ายค่าขนส่งให้กับผู้รับจ้างที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตาม
สัญญาจ้างหรือตามข้อตกลงไม่ถึง 10,000 บาท วิทยาลัยฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งแต่
อย่างใด แต่หากจ่ายเงินให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามนัยมาตรา 69 ทวิ
แห่งประมวลรัษฎากร
3. กรณีพ่อค้าคนกลางเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซื้อนมจากวิทยาลัยฯ ไป
จำหน่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานประถมศึกษาหรือส่วนราชการอื่นหากสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลง
ในการซื้อขายมีจำนวนเงินที่จ่ายตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายเงินจะแบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง
10,000 บาทโรงเรียนหรือส่วนราชการผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้อัตราร้อยละ 1 ของ
ยอดเงินได้ที่จ่าย ทั้งนี้ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร
หากกรณีพ่อค้าคนกลางเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โรงเรียนหรือส่วนราชการ
ผู้จ่ายเงินได้ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ในอัตราร้อยละ 1 ทั้งนี้ ตามมาตรา 69 ทวิ แห่ง
ประมวลรัษฎากร
4. กรณีโรงเรียนซื้อนมและได้จ่ายเงินได้ให้กับผู้จ่าย โรงเรียนในฐานะผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมี
หน้าที่หักภาษีณ ที่จ่าย ไม่ต้องยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวและบัตรประจำตัว แต่กรมสรรพากรจะเป็น
ผู้กำหนดเลขประจำตัวและแจ้งให้โรงเรียนทราบและถือปฏิบัติต่อไป
เลขตู้: 61/26750

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020