เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 135)

เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร  

 

---------------------------------------------

 

                           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4(2) และ (3) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2547 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ดังต่อไปนี้

 

                          ข้อ 1  ในประกาศนี้  

                                 “บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงาน

                                “ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงาน” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงพลังงานให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

                               “รายได้จากการประกอบการธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า รายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและการขายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากร หรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร การซื้อและการขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่นอกราชอาณาจักร และไม่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงรายได้จากการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีดังกล่าวตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

 

                        ข้อ 2  ให้บริษัทที่ประสงค์จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2547 แจ้งการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานเฉพาะเพื่อการนำเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในเขตปลอดอากรหรือระหว่างเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามแบบแจ้งการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งต้องมีข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ โดยให้ยื่น ณ สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร ในกรณี ผู้เสียภาษีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรือยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่บริษัทมีสถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ก็ได้

 

                       ข้อ 3  การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                             กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงและกิจการอื่น ให้บริษัทดังกล่าวคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใด ให้บริษัทเฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงและรายได้จากกิจการอื่น

 

                       ข้อ 4  กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงและกิจการอื่น หากกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ในกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น

 

                 ข้อ 5  ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิง ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีงบดุล บัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุน ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                           กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิงและกิจการอื่น ให้บริษัทดังกล่าวแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนของแต่ละกิจการออกเป็นคนละชุด สำหรับบัญชีงบดุลของบริษัทดังกล่าวให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทในกิจการใดกิจการหนึ่งก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทดังกล่าวให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน

 

                       ข้อ 6  บริษัทซึ่งประกอบกิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกรรมการซื้อและขายน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แจ้งการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2547 ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่กรณีเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ให้แจ้งการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระทรวงพลังงานภายในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2548

 

                      ข้อ 7  กรณีที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย

 

                      ข้อ 8  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

  

ประกาศ ณ วันที่  10  มกราคม  พ.ศ. 2548

 

ศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์

(นายศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์)

อธิบดีกรมสรรพากร

  
เอกสารแนบ

ปรับปรุงล่าสุด: 09-12-2014