เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/พ.00545
วันที่: 20 มกราคม 2542
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเฉลี่ยภาษีซื้อ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 82/6, มาตรา 91/5(5), คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.26/2534 ฯ,
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2535 ฯ
ข้อหารือ: บริษัทฯ ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประเภทการให้บริการและประกอบกิจการ
ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
มีหน้าที่ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่
9 มีนาคม พ.ศ. 2535 บริษัทฯ ขอทราบว่า
1. การพิจารณาว่าผู้ประกอบกิจการใดอยู่ในข่ายต้องเฉลี่ยภาษีซื้อหรือไม่ มีหลักเกณฑ์และ
เงื่อนไขการพิจารณาอย่างไร
2. กรณีบริษัทประกอบกิจการประเภทให้บริการ หากต่อมาบริษัทฯ มีการให้กู้ยืมเงินแก่
พนักงานหรือบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจทำให้บริษัทฯ มีรายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ซึ่งอาจจะต้อง
เสียภาษีธุรกิจเฉพาะในบางกรณีนั้นถือว่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทฯ จะต้องนำมาเป็น
ฐานในการคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อหรือไม่ อย่างไร
3. กรณีบริษัทฯ มีรายได้ค่าปรับเนื่องจากการผิดสัญญาจากผู้ใช้บริการของบริษัทฯ จะต้อง
นำค่าปรับมาเป็นฐานในการคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อหรือไม่ อย่างไร
4. กรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการประเภทการให้บริการ บางครั้งบริษัทฯ ต้องส่งเอกสาร
ให้กับผู้ใช้บริการของบริษัทฯ โดยการส่งเอกสารดังกล่าว บริษัทฯ จะจัดเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้บริการ
อันได้แก่ ค่าซองค่าดวงตราไปรษณียากร และค่าอากรแสตมป์ดังกล่าวมารวมเป็นมูลค่าของฐานรายได้
เพื่อนำมาคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ
ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2535 หรือไม่ อย่างไร
5. กรณีบริษัทฯ นำเงินเหลือใช้ของบริษัทฯ ไปซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) เมื่อบริษัทฯ ได้
รับดอกเบี้ยบริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.26/2534 เรื่อง
ดอกเบี้ยสำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น บริษัทฯ
จะต้องนำดอกเบี้ยดังกล่าวมารวมเป็นฐานรายได้ที่จะต้องนำมาคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง
ของประกาศอธิบดีฯ ดังกล่าว หรือไม่ อย่างไร หรือบริษัทฯ จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำรายได้ดังกล่าว
มารวมเป็นมูลค่าของฐานรายได้ตามข้อ 4 วรรคสอง ของประกาศอธิบดีฯ ดังที่กล่าวมาแล้ว
แนววินิจฉัย: ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว
1. กรณีตาม 1. การเฉลี่ยภาษีซื้อจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขใน
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535
ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในข่ายต้องเฉลี่ยภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่
(ก) ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณจากภาษีขายหัก
ด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษีตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และ
(ข) ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และ
ประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และ
(ค) เป็นภาษีซื้อที่เกิดจากการได้นำสินค้าหรือบริการไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสอง
ประเภท
2. กรณีรายได้ตาม 2. 3. 4. และ 5. เป็นรายได้ที่บริษัทฯ ต้องนำมารวมคำนวณเป็น
ฐานภาษีในการคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อสำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากการได้นำสินค้าหรือบริการไปใช้หรือจะใช้ใน
กิจการทั้งสองประเภทตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9
มีนาคม พ.ศ. 2535
เลขตู้: 62/27437

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020