เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/พ.06343
วันที่: 1 กรกฎาคม 2542
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย: มาตรา 78/1, มาตรา 80, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 353) พ.ศ. 2542
ข้อหารือ: หน่วยงานของรัฐได้ทำสัญญาจ้างบริษัท ก จำกัด ทำการบินตรวจการณ์ จำนวนการบิน
ตรวจการณ์ 118 ครั้งในราคาค่าจ้าง 11,002,000 บาท ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 10
แล้ว ในการจ่ายค่าจ้าง จะจ่ายเป็นรายเดือนตามจำนวนครั้งที่ทำการบินจริงในเดือนนั้น ๆ ในราคาครั้ง
ละ 93,237.28 บาทผู้ว่าจ้างได้รับเงินไปแล้ว 4 งวด
ต่อมาเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราภาษี
มูลค่าเพิ่ม(ฉบับที่ 353) พ.ศ. 2542 ปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมอัตราร้อยละ 10.0 เป็น
อัตราร้อยละ 7.0 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2542 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2544 ทำให้เกิดปัญหาระหว่าง
หน่วยงานของรัฐ กับ ผู้รับจ้างคือ บริษัท ก จำกัดในการจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2542
เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกัน ดังนี้
ค่าจ้างบินตรวจการณ์ตามสัญญา ราคาครั้งละ 93,237.28 บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ร้อยละ 10.0 แล้ว นั่นคือ คิดเป็นค่าบริการบิน 84,761.16 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,476.12 บาท
บริษัทฯ เห็นว่าหน่วยงานของรัฐ ควรเบิกจ่ายค่าจ้างให้บริษัทฯ ในจำนวนเดิม คือ ราคา
ครั้งละ 93,237.28 บาท โดยคิดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใหม่คือ ร้อยละ 7.0 ซึ่งจะเท่ากับบริษัทฯ
ได้รับค่าบริการบินเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 87,137.64 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่ากับ 6,099.64 บาท
ทั้งนี้ เนื่องจากเดิมเมื่อมีการประกาศปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7.0 เป็นร้อยละ 10.0
นั้น บริษัทฯ ซึ่งทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ในอัตราภาษีร้อยละ 7.0 ยินยอมเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
เป็นร้อยละ 10.0 โดยรับเงินค่าจ้างเป็นจำนวนรวมเท่าเดิม และได้รับค่าจ้างน้อยลง ดังนั้น เมื่อมีการ
ประกาศปรับปรุงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง จากร้อยละ 10.0 เป็นร้อยละ 7.0 บริษัทฯ จึงควรจะได้รับ
ประโยชน์จากการลดภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งนี้
แต่กรมฯ เห็นว่า ควรเบิกจ่ายค่าจ้างเหมาบินตรวจการณ์ ในราคาครั้งละ 90,694.44
บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7.0 แล้ว เท่ากับค่าบริการบินเป็นเงิน 84,761.16 บาท และ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5,933.28 บาท
จึงขอทราบว่า ความเห็นของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว ถูกต้องหรือไม่
แนววินิจฉัย: กรณี บริษัท ก จำกัด ประกอบกิจการให้บริการตรวจการณ์ให้แก่ราชการ เมื่อบริษัทฯ ได้
รับชำระราคาค่าบริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึง วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 หรือได้
ออกใบกำกับภาษีก่อนรับชำระราคาค่าบริการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึง วันที่ 31 มีนาคม
พ.ศ.2544 บริษัทฯ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78/1 และมาตรา 80
แห่งประมวลรัษฎากร และกรมฯ ต้องจ่ายค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณในอัตราร้อยละ 7.0
สำหรับการคำนวณมูลค่างานใหม่ บริษัทฯ ต้องถอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในมูลค่างานตาม
สัญญาเดิม ในอัตราร้อยละ 10.0 ออกก่อน เพื่อให้ได้มูลค่างานสุทธิจากนั้นจึงคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มใน
อัตราใหม่ร้อยละ 7.0 จากมูลค่างานสุทธิ และนำภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ที่คำนวณได้ ไปรวมกับมูลค่างานสุทธิ
จะได้ผลลัพธ์เป็นมูลค่างานใหม่ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7.0 ไว้แล้ว
นั่นคือ เมื่อบริษัทฯ ทำสัญญาให้บริการบินตรวจการณ์ให้แก่กรมฯ ในราคาครั้งละ
93,237.28 บาท มีการชำระราคาค่าบริการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม
พ.ศ.2544 บริษัทฯต้องคำนวณมูลค่างานและภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ ดังนี้
มูลค่างานรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามสัญญา = 93,237.28 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = 93,237.28 * 10/110 = 8,476.12 บาท
มูลค่างานสุทธิ = 93,237.28 - 8,476.12 = 84,761.16 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = 84,761.16 * 7/100 = 5,933.28 บาท
มูลค่างานใหม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม = 84,761.16 + 5,933.28 = 90,694.44 บาท
ความเห็นของราชการดังกล่าว จึงถูกต้องแล้ว
เลขตู้: 62/27967

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020