เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/12881
วันที่: 22 ธันวาคม 2542
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีการคิดดอกเบี้ยเกินบัญชีวิธีพิเศษ
ข้อกฎหมาย: มาตรา65 ทวิ (4), มาตรา91/16(6)
ข้อหารือ: ธนาคารฯ ประกอบกิจการเป็นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ซึ่งมีการให้กู้ยืมเงิน
แก่ลูกค้าประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการให้กู้เบิกเงินเกินบัญชี ธนาคารฯ จะคิดดอกเบี้ยจากยอด
เบิกเงินเกินบัญชีตามอัตราดอกเบี้ยปกติกับลูกค้าทุกประเภท เนื่องจากธนาคารฯ มีความประสงค์จะเพิ่ม
ปริมาณลูกค้าเพื่อตอบสนองกับภาวะการแข่งขันในธุรกิจธนาคารพาณิชย์จึงมีความประสงค์ที่จะกำหนดวิธี
จัดเก็บดอกเบี้ยสำหรับการกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) สำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัท เช่น กลุ่ม
บริษัทในเครือเป็นระบบวิธีพิเศษแตกต่างจากลูกค้าธรรมดาอื่นโดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. กลุ่มบริษัทลูกค้าที่มีบริษัทในเครือที่ประสงค์จะขอใช้วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบพิเศษจะต้อง
แจ้งความจำนงการเข้าร่วมพูล (Pool) โดยจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารทั้งกลุ่ม
การกู้เงินในระบบพูล (Pool) นี้ ธนาคารฯ จะไม่เชื่อมโยงการโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีสะสมทรัพย์
(Saving Account) ไปยังกระแสรายวัน (Current Account) ลูกค้าแต่ละรายจะต้องทำรายการ
โอนเงินจากบัญชีสะสมทรัพย์ไปยังบัญชีกระแสรายวันเองไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินเพื่อชำระเงินตามเช็คที่
ตนสั่งจ่ายหรือเพื่อลดยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีคงเหลือ การคำนวณยอดหนี้กู้เบิกเกินบัญชีเพื่อการคิดดอกเบี้ย
ธนาคารฯ จะทำการหักลบยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของบริษัทในพูล (Pool) กับ
ยอดกู้เบิกเงินเกินบัญชีของพูล (Pool) ดังนี้
(1) หากยอดเงินฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) มีมากกว่ายอดเงินกู้เบิกเกินบัญชี
ของพูล (Pool) ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยจากลูกค้า แม้ว่าบริษัทบางแห่งที่ร่วมในพูล (Pool) จะมียอด
เบิกเงินเกินบัญชีก็ตามและธนาคารฯ จะไม่จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ส่วนของยอดเงินฝากคงเหลือในพูล
(Pool) ที่มากกว่ายอดเบิกเงินเกินบัญชี(เว้นแต่ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแก้ไขระเบียบว่าด้วย
การจ่ายดอกเบี้ยแก่บัญชีกระแสรายวันในภายหลังแต่ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการคิดดอกเบี้ยให้)
(2) ถ้ายอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีของพูล (Pool) มีมากกว่ายอดเงินฝากคงเหลือ
ธนาคารฯ ก็จะคิดดอกเบี้ยจากส่วนเกินนี้โดยเฉลี่ยกระจายตามสัดส่วนยอดเบิกเกินบัญชีของแต่ละบริษัทใน
กลุ่มที่มียอดเงินกู้เบิกเกินบัญชี
2. ระบบการคิดดอกเบี้ยวิธีนี้เป็นการพิจารณากลุ่มบริษัททั้งหลาย (Pool) เสมือนว่าเป็น
ลูกค้ารายเดียวกัน การคิดดอกเบี้ยจะทำให้
(1) ช่วยลดต้นทุนธุรกิจจากดอกเบี้ยการกู้เงินเกินบัญชีของลูกค้ากลุ่มบริษัทและเป็น
การเสริมสภาพคล่องในทางธุรกิจในภาวะที่ธุรกิจซบเซาเช่นปัจจุบัน
(2) ส่วนธนาคารฯ จะได้ประโยชน์ในการสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่อง
ดอกเบี้ยและเพิ่มปริมาณลูกค้าโดยการหมุนเวียนของกระแสเงินฝากถอนการคงเงินฝากของลูกค้าใน
บัญชีกระแสรายวันซึ่งธนาคารฯไม่มีภาระดอกเบี้ยต้องจ่ายแต่อย่างใดและ
(3) การให้บริการในรูปแบบดังกล่าวเป็นการเสนอบริการ Cash Management
(การบริหารเงินสด)ของลูกค้าซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มบริษัทใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติอันเป็นส่วนหนึ่งของ
การเปิดเสรีทางการเงินซึ่งประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคนี้ด้วย
ธนาคารฯ จึงหารือว่าวิธีคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีสุทธิหลังจากหักยอดเงิน
ฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) ตามวิธีดังกล่าวข้างต้นของธนาคารฯ เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ตาม
ประมวลรัษฎากรในการเรียกเก็บดอกเบี้ย ทั้งนี้วิธีการคิดดอกเบี้ยดังกล่าวธนาคารฯ ได้รับความเห็นชอบ
จากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ดังนั้น ในการคำนวณรายรับของธนาคารเพื่อการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
และภาษีเงินได้นิติบุคคล จะคิดจากยอดดอกเบี้ยรับจริงดังกล่าวเท่านั้นถูกต้องหรือไม่
แนววินิจฉัย: กรณีการคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีสุทธิหลังจากหักยอดเงินฝากคงเหลือรวม
ของพูล (Pool) ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่ถือว่ามีเหตุอันสมควรตามมาตรา 65 ทวิ (4) และมาตรา
91/16(6) แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานจึงมีสิทธิประเมินดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชีเพิ่มขึ้นตาม
ยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีก่อนหักยอดเงินฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) เพื่อให้นำไปเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติมได้
เลขตู้: 62/28740

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020