เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/4904
วันที่: 16 มิถุนายน 2543
เรื่อง: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและอากรแสตมป์ กรณีการนำเงินบำเหน็จไปชำระหนี้และการปิดแสตมป์บริบูรณ์สำหรับตราสาร
ข้อกฎหมาย: มาตรา 40(1), มาตรา 50(1), มาตรา 103(1), มาตรา 104
ข้อหารือ: กรมบัญชีกลาง แจ้งว่า ส่วนราชการบางแห่งได้ประสบปัญหาในการปฏิบัติเกี่ยวกับการ
ปิดอากรแสตมป์ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเหตุให้ทางราชการแพ้คดี และปัญหาในทาง
ปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษีณ ที่จ่าย กรณีการขอรับเงินบำเหน็จ ดังนี้
1. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีที่ส่วนราชการเป็นโจทก์ฟ้องผู้ผิดสัญญาลาศึกษาและ
ผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยฐานผิดสัญญาลาศึกษาและสัญญาค้ำประกัน โดยมีคำพิพากษายกฟ้องผู้ค้ำประกัน
เนื่องจากศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า “สัญญาค้ำประกันจะต้องอยู่ภายใต้บังคับตามประมวลรัษฎากร มาตรา
118 คือ จะต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามกฎหมาย การที่ส่วนราชการโจทก์มิได้ปฏิบัติบทบัญญัติกฎหมาย
ดังกล่าว เป็นผลให้ไม่สามารถนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ แม้ส่วนราชการโจทก์จะได้นำสำเนา
สัญญาค้ำประกันไปปิดอากรแสตมป์และเสียเงินเพิ่มอากรแล้ว ก็เป็นการดำเนินการหลังจากศาลชั้นต้นมี
คำพิพากษาแล้ว จึงใช้เป็นหลักฐานฟ้องบังคับคดีแก่ผู้ค้ำประกันไม่ได้” ซึ่งกระทรวงการคลังได้มี
หนังสือเวียนแจ้งให้ส่วนราชการดำเนินการปิดอากรแสตมป์ลงบนสัญญาให้เป็นไปตามมาตรา 118 แห่ง
ประมวลรัษฎากร แล้ว
2. กรณีผู้ผิดสัญญาลาศึกษาได้ขอชำระหนี้เนื่องจากผิดสัญญาลาศึกษา ด้วยการนำ
เงินบำเหน็จที่มีสิทธิได้รับจากทางราชการเบิกหักผลักส่งชดใช้ให้แก่ทางราชการ ซึ่งปรากฏว่าในการตั้ง
ฎีกาเพื่อเบิกหักผลักส่งเงินบำเหน็จดังกล่าว ส่วนราชการบางแห่งได้หักเงินบำเหน็จส่วนหนึ่งชำระเป็นค่า
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แต่บางแห่งมิได้หักชำระค่าภาษีเงินได้ดังกล่าวก่อน โดยถือว่าผู้ขอรับบำเหน็จ
มิได้รับเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเหตุให้การปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวลักลั่นไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
กรมบัญชีกลางจึงขอทราบว่า
1. ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้ต้องปิดอากรแสตมป์สำหรับสัญญา
ประเภทใดและเป็นจำนวนเท่าใด
2. สัญญารับสภาพหนี้ สัญญาผ่อนชำระหนี้ สัญญาค้ำประกันและสัญญารับทุนการศึกษา
ประเภทต่างๆและหรือสัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศและต่างประเทศ จะต้อง
ปิดอากรแสตมป์จำนวนเท่าใด และต้องดำเนินการในขณะที่มีการทำสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเลยหรือไม่
3. กรณีการขอรับเงินบำเหน็จจากทางราชการ และผู้รับแสดงเจตนาชำระหนี้กรณี
ผิดสัญญาลาศึกษาโดยการเบิกหักผลักส่งเงินจำนวนดังกล่าวชดใช้หนี้ส่วนหนึ่งจำเป็นต้องดำเนินการหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายก่อนหรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. ตราสารที่จะต้องเสียอากรแสตมป์ตามหมวด 6 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น จะ
ต้องเป็นตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร โดย
ลักษณะแห่งตราสารดังกล่าวต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 104
แห่งประมวลรัษฎากร
2. ตามสัญญาที่กรมบัญชีกลางส่งไปเพื่อพิจารณา ได้แก่ สัญญารับสภาพหนี้ สัญญาผ่อนชำระ
หนี้ สัญญารับทุนการศึกษา และสัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศและต่างประเทศ
สัญญาดังกล่าวไม่เข้าลักษณะแห่งตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนั้น ผู้กระทำตราสาร
ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในข่ายต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์แต่ประการใด
ส่วนสัญญาค้ำประกัน เข้าลักษณะเป็นตราสารค้ำประกันตามลักษณะแห่งตราสาร 17.
แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผู้ค้ำประกันจึงเป็นผู้ที่ต้องเสียอากรโดยใช้แสตมป์ปิดทับกระดาษก่อนกระทำ
หรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ทั้งนี้ ตามมาตรา
103(1) แห่งประมวลรัษฎากร
3. การนำเงินบำเหน็จไปหักชำระหนี้กรณีผิดสัญญาลาศึกษานั้น เนื่องจากเงินบำเหน็จ
ดังกล่าวต้องมีการจ่ายให้กับข้าราชการผู้รับเงินบำเหน็จก่อน แล้วจึงจะนำไปชำระหนี้ เงินบำเหน็จ
ดังกล่าวจึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินของข้าราชการผู้รับเงินบำเหน็จนั้น เงินบำเหน็จเข้าลักษณะเป็น
เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อส่วนราชการได้จ่ายเงินได้พึงประเมิน
นั้นให้กับผู้รับซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ส่วนราชการมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่าย
เงินได้พึงประเมิน ทั้งนี้ ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 63/29450

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020