เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811(กม.06)/979
วันที่: 13 มิถุนายน 2543
เรื่อง: ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายอสังหาริมทรัพย์
ข้อกฎหมาย: มาตรา 91/2(6)
ข้อหารือ: นางแดง (มารดา) ได้ยกที่ดินเปล่า เนื้อที่ 69 ไร่เศษซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบางแค
อำเภอภาษีเจริญ ให้บุตร 5 คน ซึ่งนาย ก. เป็นบุตร 1 ใน 5 คนนั้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2510
โดยให้บุตรทุกคนถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินดังกล่าว ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 นางแดงได้สร้างตึกแถว 2
ชั้น ลงบนที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวนหลายคูหา เมื่อก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2514 ได้ยกตึกแถวที่สร้าง
ให้แก่บุตรพร้อมกับแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมออกเป็นแปลงย่อย ๆจัดสรรให้บุตรทั้ง 5 คน แต่ละคนได้รับ
ส่วนแบ่งมากน้อยไม่เท่ากัน โดยในส่วนของนาย ก. ได้รับส่วนแบ่งที่ดินพร้อมตึกแถวรวม 12 คูหา และ
ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของนางแดงญาติพี่น้อง และหลาน ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 นางแดงได้เสียชีวิตลงพี่น้อง
ของนาย ก. ประสงค์จะรวมที่ดินเป็นพื้นเดียวกันเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่แทนอาคารเดิมที่ทรุดโทรมมาก
ประกอบกับ นาย ก. ลาออกจากราชการและย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่จังหวัดเลย ไม่ประสงค์จะอยู่ที่
กรุงเทพฯ ต่อไป นาย ก. จึงขายที่ดินพร้อมตึกแถวในส่วนของตนทั้ง 12 คูหา ซึ่งถือครองมานานกว่า
24 ปี ให้พี่น้องและหลานของตน โดยเจตนาเดิมนาย ก. ต้องการยกที่ดินและตึกให้ แต่ได้รับคำแนะนำ
จากเจ้าหน้าที่ที่ดินว่าควรทำเป็นการขายเพื่อมิให้เกิดปัญหา จังหวัดเห็นว่าการขายอสังหาริมทรัพย์
ดังกล่าว ไม่ถือเป็นการขายอสังหาริม ทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรเพราะอาคารดังกล่าวมิได้สร้างขึ้น
เพื่อขายหรือมีพฤติการณ์ที่ปลูกสร้างขึ้นเพื่อขายเนื่องจากนาย ก. ได้อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมาโดยการ
ยกให้ของมารดา และถือครองมากว่า 24 ปีประกอบกับเมื่อขายก็ได้ขายไปในสภาพเดิมที่รับมา นาย ก.
จึงไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 3(3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534
แนววินิจฉัย: (1) เนื่องจากที่ดินและตึกแถวของนาย ก. ที่ขายให้แก่ญาติพี่น้องตามข้อเท็จจริงนั้นเป็น
อสังหาริมทรัพย์ที่นาย ก. ได้รับมาโดยการยกให้ของมารดา ซึ่งมารดาของนาย ก. ได้ปลูกสร้างตึกแถว
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจึงไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้าง
ขึ้นเพื่อขายตามมาตรา 3(3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 ประกอบกับนาย ก.
ได้อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมานานกว่า 24 ปีแล้วจึงไม่เข้าลักษณะเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์
ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการตามมาตรา 3(5)แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534
เมื่อนาย ก. ขายอสังหาริมทรัพย์นั้นไปจึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6)
แห่งประมวลรัษฎากร
(2) อย่างไรก็ดี มีประเด็นที่สำนักงานสรรพากรจังหวัดควรประสานงานกับสำนักงานภาษี
สรรพากรพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยคือ มารดาของนาย ก. ได้สร้างตึกแถวเป็นจำนวนหลายคูหา
และเมื่อแบ่งกรรมสิทธิ์กันแล้ว นาย ก. ได้รับส่วนแบ่งตึกแถวถึง 12 คูหา ซึ่งเห็นว่านาย ก. ได้รับ
ตึกแถวมากกว่าจำนวนคนที่อยู่อาศัยจึงอาจเป็นไปได้ว่านาย ก. อาจแบ่งตึกแถวบางส่วนใช้ในการ
ประกอบกิจการอื่นด้วย เช่น ให้เช่า ดังนั้น เมื่อนาย ก.ขายตึกแถวดังกล่าวไป จึงเข้าลักษณะเป็น
การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการตามมาตรา 3(5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ
(ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 นาย ก. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2 (6) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 63/29475

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020