เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/5186
วันที่: 23 มิถุนายน 2543
เรื่อง: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีขอคืนภาษี
ข้อกฎหมาย: มาตรา 63
ข้อหารือ: บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดังนี้
1. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2536 ประเภท 4.6 การผลิตหรือ
ประกอบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการ
ประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาสามปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น
ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
2. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2539 ประเภท 6.12 การผลิต
ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือเคลือบด้วยพลาสติก โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้
จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาสามปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการ
ประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
3. บัตรส่งเสริมการลงทุนลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ประเภท 6.12 การผลิต
ผลิตภัณฑ์พลาสติกหรือเคลือบด้วยพลาสติก โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้
จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลาเจ็ดปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการ
ประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
บริษัทฯ รับจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์
ตามแบบและรายละเอียดของบริษัทผู้ว่าจ้าง และถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่ง
ประมวลรัษฎากร ตั้งแต่ปี 2535-2542 กรณีดังกล่าวบริษัทฯ หารือสำนักงานสรรพากรจังหวัดว่าบริษัทฯ
อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ากรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้าง
ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการ
รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ได้รับส่งเสริมการลงทุน รายได้ที่เกิดจากการรับจ้าง
ถือเป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตลอด
ระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตาม
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530 บริษัทฯ จึงขอทราบว่ากรณี
ดังกล่าวบริษัทฯ มีสิทธิขอคืนภาษีจำนวนที่ถูกหักไว้ตั้งแต่ปี 2535-2542 หรือไม่ เพราะเหตุใด และบริษัทฯ
มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีภายในกำหนดเวลาใด
แนววินิจฉัย: 1. วันเริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 หมายถึงวันที่เริ่มมีรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าจะ
ได้รับเงินหรือได้รับชำระราคาแล้วหรือไม่ แต่การประกอบกิจการดังกล่าวต้องไม่เกิดขึ้นก่อนวันที่ได้รับ
อนุมัติให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม
กรณีตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ได้รับส่งเสริมการลงทุนโดยได้รับสิทธิและประโยชน์ให้ได้รับ
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และ
ผลิตภัณฑ์พลาสติก ดังนั้นรายได้ของบริษัทฯ จากการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์พลาสติก จึง
เป็นรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนับแต่วันที่เริ่มมี
รายได้จากการประกอบกิจการจนครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม กรณีดังกล่าวผู้จ่ายเงินค่า
รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตาม
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.19/2530 ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530
2. กรณีบริษัทฯ ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย และนำส่งแล้ว บริษัทฯ มีสิทธิยื่นคำร้องของคืนภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งรอบระยะเวลาบัญชี
ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 63/29500

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020