เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811(กม.06)/1025
วันที่: 19 มิถุนายน 2543
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน
ข้อกฎหมาย: มาตรา 42(17), มาตรา 48 (5)
ข้อหารือ: สำนักงานสรรพากรจังหวัดได้รับแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.91 ปีภาษี 2542 ของ
ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ออกจากงานตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด จึงหารือ
การคำนวณภาษีเงินได้สำหรับเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานว่าความเห็นของ
จังหวัดฯ ถูกต้องหรือไม่ ดังนี้
1. เงินบำเหน็จของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น ที่ทำการไปรษณีย์
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯลฯ กรณีพนักงานลาออกตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดและกรณีพนักงาน
เกษียณอายุ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดที่ใช้วิธีการคำนวณบำเหน็จตามหลักเกณฑ์ และวิธีการเช่นเดียวกับ
วิธีการคำนวณบำเหน็จ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จข้าราชการได้ทั้งหมด ถือว่าเงินบำเหน็จดังกล่าวเป็น
เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน มีวิธีการคำนวณแตกต่างไปจากวิธีการตามข้อ
1(ก) จึงถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินตามข้อ 1(ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ
ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
2. กรณีผู้มีเงินได้ได้รับเงินเดือนเดือนสุดท้ายไม่เต็มเดือนเนื่องจากลาออกก่อน
เกษียณอายุ เช่น อัตราเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ออกจากงานเดือนพฤษภาคม 2542 คือ 49,910 บาท
แต่เนื่องจากลาออกเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2542 เงินเดือนเดือนพฤษภาคม 2542 จึงได้รับเพียง 29
วัน เป็นเงิน 46,690 บาท เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่าย คือ 46,690 บาท
3. เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
ที่จ่ายจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากเกษียณอายุโดย
เป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และมีอายุงานไม่น้อยกว่า 5 ปี เงินได้ดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษี
ทั้งจำนวน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ข้อ 36 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509
แนววินิจฉัย: กรณีตาม 1. ถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ตามนัยข้อ 1(ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
กรณีตาม 2. ความเห็นของจังหวัดฯ ยังคลาดเคลื่อนอยู่ ในกรณีผู้มีเงินได้ได้รับ
เงินเดือนเดือนสุดท้ายไม่เต็มเดือน เนื่องจากลาออกก่อนเกษียณอายุ เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ใช้ใน
การคำนวณค่าใช้จ่าย หมายความถึงจำนวนเงินเดือนสำหรับระยะเวลาเต็มเดือนเดือนสุดท้าย ทั้งนี้ ตาม
นัย ข้อ 3(4) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน
พ.ศ. 2535 ดังนั้น อัตราเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ออกจากงานที่นำมาคำนวณค่าใช้จ่ายคือจำนวน
49,910 บาท
กรณีตาม 3. เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานของหน่วยงาน
รัฐวิสาหกิจ ที่ลูกจ้างได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อ
ลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำรวมคำนวณเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามข้อ 2(36) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ลงวันที่ 23
กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 นั้น ลูกจ้างผู้นั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และ
(ก) เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมา
แล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ
(ข) เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ในระหว่างวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 และได้ออกจากงาน
เพราะเกษียณอายุก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ซึ่งมีระยะเวลาที่ทำงานกับนายจ้างนั้นก่อน
เกษียณอายุไม่น้อยกว่า 5 ปี
ทั้งนี้ ตามข้อ 1(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 52)
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการ สำหรับกรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ
ทุพพลภาพ หรือตาย ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538
เลขตู้: 63/29504

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020