เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/พ.ก.350
วันที่: 12 กันยายน 2543
เรื่อง: ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเฉลี่ยภาษีซื้อ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 65 ทวิ (5), มาตรา 91/2(7)
ข้อหารือ: บริษัทฯ ประกอบกิจการซึ่งมีทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
เนื่องจากบริษัทฯ มีภาษีซื้อซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากกิจการ
ประเภทใด ทำให้บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร
ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 บริษัทฯ จึงขอทราบว่า กรณีบริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินจากต่างประเทศทำให้
บริษัทฯ มีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือกรณีบริษัทฯ มีกำไรขาดทุนจาก
การซื้อขายหลักทรัพย์ รายได้ทั้งสองประเภทดังกล่าว บริษัทฯ ต้องนำไปรวมเป็นฐานในการคำนวณเฉลี่ย
ภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.
2535 หรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. กรณีบริษัทฯ มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามมาตรา 65 ทวิ (5)
แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีบริษัทฯ มีรายได้จากการขายหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฯ
ไม่ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมเป็นฐานในการคำนวณเฉลี่ยภาษีซื้อที่เกิดจากการได้นำสินค้าหรือบริการ
ไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภทตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่
29)ฯ
2. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์ การประกอบกิจการดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตาม
มาตรา 91/2(7) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 3(1) แห่ง
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้น
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 บริษัทฯ ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมเป็นฐานใน
การคำนวณเฉลี่ยภาษี ทั้งนี้ ตามข้อ 4(2) วรรคสอง ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)ฯ
เลขตู้: 63/29788

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020