เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/ก.1033
วันที่: 28 กันยายน 2543
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรถยนต์นั่ง
ข้อกฎหมาย: มาตรา 4(1) แห่งพระราชกฤษฎีกา
ข้อหารือ: บริษัทฯ ได้ซื้อรถยนต์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2539 ในราคา 5,000,000 บาท บริษัทฯ
บันทึกบัญชีในราคาทุนคือ 5,000,000 บาท และได้บันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาในระหว่างที่ใช้รถยนต์คันนี้
โดยคิดค่าเสื่อมราคาจากราคาทุน 1,000,000 บาท ในอัตราร้อยละ 20 ต่อปี โดยบันทึกค่าเสื่อมราคา
ตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงวันที่ขายบริษัทฯ ได้ขายรถคันนี้ไปเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2543 ในราคา 2,500,000
บาท ในวันที่ขายนั้น บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม-รถยนต์ มียอดเท่ากับ 650,000 บาท และได้บันทึกบัญชี
กำไรขาดทุนจากการขายรถยนต์คันนี้ ตามการคำนวณดังนี้
ราคาขาย 2,500,000
หัก มูลค่าตามบัญชีสุทธิ :-
- ราคาทุน 5,000,000
- ค่าเสื่อมราคาสะสม-คิดค่าเสื่อมราคา
จากราคาทุน 1 ล้านบาท โดยคำนวณ
จากวันที่ซื้อจนถึงวันขาย (650,000) 4,350,000
ขาดทุนจากการขายรถยนต์ตามบัญชี 1,850,000
บริษัทฯ หารือว่า กรณีขายรถยนต์คันดังกล่าว ในทางภาษีบริษัทฯ จะต้องบวกกลับหรือไม่
ถ้าบวกกลับ จะบวกกลับด้วยจำนวนเงินเท่าใด
แนววินิจฉัย: กรณีตามข้อเท็จจริงบริษัทฯ ซื้อรถยนต์นั่งมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2539 มูลค่าต้นทุนของ
ทรัพย์สินประเภทรถยนต์นั่งเฉพาะส่วนที่เกินคันละหนึ่งล้านบาท ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณ
กำไรสุทธิ ตามมาตรา 4(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายที่
ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ 315) พ.ศ.2540 มูลค่าต้นทุนทรัพย์สินหนึ่งล้าน
บาทนั้น บริษัทฯ หักค่าเสื่อมราคาไปแล้ว 650,000 บาท ต้นทุนทรัพย์สินที่ให้ถือเป็นรายจ่ายได้ จึงยังคง
เหลืออยู่ 350,000 บาท เมื่อบริษัทฯ ขายรถยนต์นั่งไปในราคา 2,500,000 บาท บริษัทฯ จึงมีกำไร
จากการขายรถยนต์ 2,150,000 บาท เมื่อบริษัทฯ บันทึกการขายรถยนต์นั่งเป็นขาดทุน 1,850,000
บาท บริษัทฯ จึงต้องนำมูลค่าต้นทุน 4,000,000 บาท ที่ต้องห้ามหักเป็นรายจ่ายไปบวกกลับใน
การคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทฯ
เลขตู้: 63/29849

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020