เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/2001
วันที่: 6 มีนาคม 2545
เรื่อง: ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีขายอสังหาริมทรัพย์
ข้อกฎหมาย: มาตรา 91/2(6), มาตรา 89(2), มาตรา 89/1
ข้อหารือ: กรณีผู้ร้องได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ 100 ตารางวา ต่อมาได้ขายไปในปี พ.ศ. 2535 ให้แก่
คนรัก ซึ่งในปัจจุบันได้แต่งงานเป็นสามีภริยากันแล้ว เพื่อให้นำที่ดินดังกล่าวไปเป็นประกันเงินกู้มา
ปลูกสร้างบ้านเป็นเรือนหอ โดยไม่ได้รับเงินค่าที่ดินแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2544
กรมสรรพากรได้แจ้งให้ผู้ร้องไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายที่ดินดังกล่าวพร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่า
และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยคิดตั้งแต่เดือนมกราคม 2536 เป็นต้นไป เป็นเงินประมาณ
แสนกว่าบาท ผู้ร้องเห็นว่า เจ้าหน้าที่สรรพากรไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานจึงได้แจ้งให้ทราบ
ทำให้ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้เสียภาษีซึ่งไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี
แนววินิจฉัย: กรณีผู้ร้องซื้อที่ดินมาเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ในปี พ.ศ.2533 และขายไปในปี พ.ศ. 2535
การขายที่ดินดังกล่าวเป็นการขายภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือเป็น
การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 3(6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่
244) พ.ศ. 2534 ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร ถ้ามิได้เสีย
ภาษีธุรกิจเฉพาะภายในกำหนดเวลาต้องเสียเบี้ยปรับอีก 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งใน
เดือนภาษี ตามมาตรา 89(2) แห่งประมวลรัษฎากร และเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษ
ของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง ตามมาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่ง
ประมวลรัษฎากร
ในการออกกฎหมายทุกฉบับกรมสรรพากรจะต้องดำเนินการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันเป็นปกติอยู่แล้ว สำหรับผู้ร้องรายนี้ที่อ้างว่าไม่ทราบ
กฎหมายดังกล่าว กรมสรรพากรก็ได้ดำเนินการเพื่อติดต่อแจ้งให้ทราบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดย
ตรวจสอบเพื่อหาที่อยู่ของผู้ร้องรายนี้ไปยังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ถึง
2 ครั้ง คือในปี พ.ศ. 2540 และ 2541 แต่ได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจากสำนักทะเบียนกลางว่าไม่พบ
บุคคลนี้ในฐานข้อมูลทางทะเบียน หลังจากนั้นกรมสรรพากรได้หาวิธีอื่น ๆ จนสามารถติดต่อแจ้งให้ผู้ร้อง
ทราบว่าต้องเสียภาษีได้ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งขณะนี้ผู้ร้องได้เสียภาษีไปแล้วบางส่วน โดยได้รับการงด
เบี้ยปรับ ส่วนที่เหลือขอผ่อนชำระ และกรมสรรพากรได้อธิบายและชี้แจงถึงระบบและขั้นตอนการทำงาน
ของกรมสรรพากรให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องรับว่าเข้าใจ แต่ขอให้กรมสรรพากรมีการประสานงาน และ
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีหน้าที่ยื่น
แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมกับชำระภาษีธุรกิจเฉพาะต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียน
สิทธิและนิติกรรม และให้กรมที่ดินเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อกรมสรรพากร ตามมาตรา 91/10 แห่ง
ประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 34) พ.ศ.
2541 ปัญหาเช่นนี้จึงไม่เกิดขึ้นอีก
เลขตู้: 65/31290

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020