เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0811/8244
วันที่: 27 สิงหาคม 2544
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีการประกอบกิจการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน (Freight Forwarder)
ข้อกฎหมาย: คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528ฯแก้ไขเพิ่มเติมโดย ท.ป. 101/2544ฯ
ข้อหารือ: สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (Thai Airfreight Forwarders
Association) หารือกรมสรรพากรเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการประกอบกิจการรับ
จัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน (Freight Forwarder) ตามคำชี้แจงกรมสรรพากร
ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2544 และตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/7275 ลงวันที่ 25
กรกฎาคม พ.ศ. 2544
แนววินิจฉัย: 1. กรณีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานขาออก (Air Fre ight
Outbound)
1.1 กรณีผู้ใช้บริการ (Shipper หรือ Forwarder) จ่ายค่าระวาง
ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาออกให้กับสายการบิน โดยสายการบินออก
ใบตราส่ง Master Air Waybill) ให้กับผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้
(1) กรณีจ่ายให้กับสายการบินไทย ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา
ร้อยละ 3.0 ของยอดรวมทั้งหมด และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับสายการบิน
(2) กรณีจ่ายให้กับสายการบินต่างประเทศซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่ไม่มีอนุสัญญาเพื่อการเว้น
การเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของ
ยอดรวมทั้งหมด และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับสายการบิน
(3) กรณีจ่ายให้กับสายการบินต่างประเทศซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาเพื่อการเว้น
การเก็บภาษีซ้อนกับประเทศไทย หากอนุสัญญาดังกล่าวมีข้อกำหนดให้เก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญา
รัฐนั้นเท่านั้น ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่หากอนุสัญญาดังกล่าวมีข้อกำหนดให้เก็บ
ภาษีได้ร้อยละ 1.5 ของรายได้ทั้งหมดที่ได้รับ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา
ร้อยละ 1.5 ของยอดรวมทั้งหมด และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับสายการบิน ซึ่ง
ปัจจุบันประเทศไทยได้จัดทำความตกลงหรืออนุสัญญาภาษีซ้อนและมีผลบังคับใช้แล้วจำนวน 43 ประเทศ
ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
1.2 กรณีสายการบินต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทยโดยมีตัวแทนสายการบินหรือ
เรียกว่า “ GENERAL SALES AGENT (GSA) ” เมื่อผู้ใช้บริการ (Shipper หรือ Forwarder)
จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาออกให้กับตัวแทนสายการบิน
(GSA) โดยตัวแทนสายการบินได้ออกใบตราส่ง (Master Air Waybill) ในนามสายการบินให้กับ
ผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ตาม 1.1
และเมื่อตัวแทนสายการบิน (GSA) นำเงินค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับ
การขนส่งสินค้าขาออกจำนวนดังกล่าวจ่ายให้กับสายการบิน ตัวแทนสาย-การบิน (GSA) ไม่มีหน้าที่ต้อง
หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
1.2 กรณีผู้ประกอบการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน
(Freight Forwarder) ได้เรียกเก็บค่าขนส่งสินค้าจากเจ้าของสินค้า (Shipper) หลายราย ซึ่งใน
ทางปฏิบัติ Freight Forwarder จะขายค่าระวางโดยส่งมอบใบตราส่งของ Freight Forwarder
(Master Air Waybill หรือ House Air Waybill) ให้กับเจ้าของสินค้า (Shipper) แต่ละราย
ไปก่อน และ Freight Forwarder จ่ายเงินทดรองจ่ายแทนเจ้าของสินค้าเป็นค่าระวาง
ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาออกทั้งหมดให้กับสายการบินในนามของ
Freight Forwarder เอง โดยไม่สามารถแยกจ่ายค่าขนส่งสินค้าขาออกให้กับสายการบินเป็นแต่ละ
รายเจ้าของสินค้า (Shipper)ดังนั้น Freight Forwarder จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
ตามหลักเกณฑ์ตาม 1.1 ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้กับสายการบินในนามของ Freight
Forwarder และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.53 โดยระบุชื่อ ที่อยู่ และ
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของ Freight Forwarder ในช่อง “ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งกรมสรรพากรจะ
ออกใบเสร็จรับเงินในนามของ Freight Forwarder กรณีดังกล่าว Freight Forwarder ไม่ต้อง
ปฏิบัติตามข้อ 4 ของคำชี้แจงกรมสรรพากร ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2544 อย่างไรก็ดี หาก
Freight Forwarder สามารถแยกจ่ายค่าขนส่งสินค้าขาออกให้กับสายการบินในนามของเจ้าของสินค้า
แต่ละรายได้ ให้ Freight Forwarder ปฏิบัติตามข้อ 4 ของคำชี้แจงกรมสรรพากร ลงวันที่ 20
กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งการปฏิบัติตามข้อ 4 ของคำชี้แจงกรมสรรพากรดังกล่าว เมื่อเจ้าของสินค้า
จ่ายเงินค่าขนส่งสินค้าขาออกคืนให้กับ Freight Forwarder เจ้าของสินค้าไม่มีหน้าที่ต้องหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
กรณี Freight Forwarder จ่ายเงินทดรองจ่ายแทนเจ้าของสินค้า
เป็นค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาออกทั้งหมดให้กับสายการบิน
ซึ่ง Freight Forwarder มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ตาม 1.1 แล้ว เมื่อ
เจ้าของสินค้า (Shipper) จ่ายเงินค่าขนส่งสินค้าขาออกดังกล่าวให้กับ Freight Forwarder
เจ้าของสินค้ายังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 จากยอดรวมทั้งหมด ตาม
ข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 ฯ ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2544 อย่างไรก็ดี
หากค่าขนส่งที่ Freight Forwarder เรียกเก็บจากเจ้าของสินค้าสามารถสอบยันได้กับยอดที่
Freight Forwarder ได้จ่ายให้กับสายการบิน ซึ่ง Freight Forwarder ได้หักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย แล้ว เจ้าของสินค้า (Shipper) ก็ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับค่าขนส่งสินค้า
ขาออกที่ Freight Forwarder เรียกเก็บ แต่อย่างใด ซึ่งในทางปฏิบัติเมื่อ Freight Forwarder
ออกใบเสร็จรับเงินให้กับเจ้าของสินค้า (Shipper) โดยระบุข้อความเพิ่มเติมมีสาระสำคัญสรุปว่า
ค่าระวางขนส่งสินค้าขาออกตามใบเสร็จรับเงินฉบับนี้ Freight Forwarder ได้ดำเนินการหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากสายการบิน แล้ว กรณีดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการสอบยันค่าขนส่งสินค้าขาออก
ตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/7275 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2544
2. กรณีการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานขาเข้า (Air Fre ight
Inbound)
2.1 กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียม
และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาเข้าให้กับสายการบิน โดยสายการบินออกใบเสร็จรับเงิน
ในนามของผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder)
(1) กรณีจ่ายให้กับสายการบินไทย ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย
(2) กรณีจ่ายให้กับสายการบินต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการจ่ายค่าขนส่งสินค้าขาเข้า ซึ่ง
ไม่เป็นฐานในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการซึ่งเป็น
ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
2.2 กรณีผู้ใช้บริการ (Consignee หรือ Forwarder B) จ่ายค่าระวาง ค่าธรรมเนียม
และประโยชน์อื่นใดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าขาเข้าให้กับ Forwarder A โดย Forwarder A
กระทำการในฐานะเป็นตัวแทนของ Forwarder ในต่างประเทศ และได้ออกใบเสร็จรับเงินในนามของ
ผู้ใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้บริการจ่ายค่าขนส่งสินค้าขาเข้าซึ่งไม่เป็นฐานในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตาม
มาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ใน
ส่วนที่กระทำการแทนนั้น แต่ผู้ใช้บริการยังคงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0
ของค่าบริการที่ Forwarder A ได้รับจากการดำเนินการแทนนั้น (Handling Charge)
3. อนึ่ง คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในการปรับลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับ
การจ่ายเงินค่าขนส่งจากอัตราร้อยละ 3.0 เป็นอัตราร้อยละ 1.0 โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15
กันยายน พ.ศ.2544 เป็นต้นไป จึงขอแจ้งมาเพื่อทราบ และเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ กรมสรรพากรจะ
ได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
เลขตู้: 64/30876

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020