เมนูปิด

 

เลขที่หนังสือ: กค 0706/9462
วันที่: 20 ตุลาคม 2547
เรื่อง: ภาษีเงินได้และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการให้บริการเช่าและโฆษณาบนโครงป้ายเหล็ก
ข้อกฎหมาย: มาตรา 40(5), มาตรา 40(8), มาตรา 65 ตรี (5), มาตรา 65 ตรี (13)
ข้อหารือ: บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดินเพื่อทำการก่อสร้าง
โครงป้ายเหล็กแล้วนำไปให้บริษัทโฆษณาเช่าพื้นที่โครงป้ายเหล็กเพื่อนำไปติดตั้งงานโฆษณา จึงขอหารือ
ดังนี้
1. กรณีบุคคลธรรมดาหรือบริษัทผู้เช่าที่ดินจ่ายค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน ต้องหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อัตราเท่าใด และสำหรับบริษัทเมื่อจ่ายค่าเช่าที่ดินไปแล้ว ต้องนำมาถือเป็น
รายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีหรือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
2. กรณีบุคคลธรรมดาได้รับรายได้จากการให้บริษัทเช่าพื้นที่โครงป้ายเหล็ก ต้องถือเป็น
เงินได้พึงประเมินประเภทใด และหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด
3. กรณีบริษัทผู้เช่าที่ดินมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงป้ายเหล็ก ต้องนำมาถือเป็นรายจ่าย
ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
4. กรณีบริษัทโฆษณาจ่ายค่าบริการเช่าโครงป้ายเหล็ก ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา
ร้อยละ 3.0 ถูกต้องหรือไม่
5. กรณีบริษัทโฆษณานำโครงป้ายเหล็กให้บริษัทเจ้าของสินค้าโฆษณาสินค้า โดยบริษัทโฆษณา
รับจัดทำป้ายและมีดวงไฟส่องป้าย รายได้ทั้งหมดของบริษัทโฆษณาถือเป็นการให้บริการโฆษณาหรือไม่
และค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายโฆษณา บริษัทโฆษณามีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
แนววินิจฉัย: 1. กรณีบุคคลธรรมดาผู้เช่าที่ดินจ่ายค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน ไม่ว่าเจ้าของที่ดินจะเป็น
บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บุคคลธรรมดาผู้เช่าที่ดินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ
ที่จ่าย
กรณีบริษัทผู้เช่าที่ดินจ่ายค่าเช่าที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน ไม่ว่าเจ้าของที่ดินจะเป็น
บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริษัทผู้เช่าที่ดินเมื่อจ่ายค่าเช่าที่ดินมีหน้าที่ต้องหัก
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่องสั่ง
ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่
26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งบริษัทผู้เช่าที่ดินมีสิทธินำค่าเช่าที่ดินมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณ
กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีบุคคลธรรมดามีรายได้จากการให้เช่าโครงป้ายเหล็ก ถือเป็น
เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) แห่ง
ประมวลรัษฎากร ซึ่งมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 30 หรือหักค่าใช้จ่ายตาม
ความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ตามมาตรา 43 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 5 แห่ง
พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจาก
เงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502
3. กรณีบริษัทผู้เช่าที่ดินมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงป้ายเหล็ก ถือเป็น
รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน จึงต้องห้ามมิให้นำมาหักเป็นรายจ่ายใน
การคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ให้นำต้นทุนดังกล่าวทั้งหมดมาถือ
เป็นต้นทุนของทรัพย์สินเพื่อหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออก
ตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)
พ.ศ. 2527
4. กรณีบริษัทโฆษณาจ่ายค่าเช่าโครงป้ายเหล็กให้กับผู้ให้บริการเช่าโครงป้ายเหล็ก ไม่ว่าผู้
ให้บริการเช่าโครงป้ายเหล็กเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริษัทโฆษณามีหน้าที่
ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ
ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
5. กรณีบริษัทโฆษณานำโครงป้ายเหล็กให้เจ้าของสินค้าโฆษณาสินค้า โดยบริษัทโฆษณารับ
จัดทำป้ายและมีดวงไฟส่องป้าย รายได้จากการให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้จากค่าโฆษณา
ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทโฆษณามีสิทธินำค่าใช้จ่ายในการจัดทำป้ายโฆษณามา
ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13)
แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 67/33174


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020