เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/11599
วันที่: 30 ธันวาคม 2547
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขออนุมัติเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 66 วรรคสอง และมาตรา 71(1)
ข้อหารือ: ค. คอร์ปอเรชั่น จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาประกอบธุรกิจบริการจัดหา
และติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับสถานีสูบส่งน้ำ 2 ในโรงงานผลิตน้ำบางเขนโครงการ
พัฒนาโครงข่ายเส้นท่อประปาให้แก่การประปานครหลวง โดยได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของ
คนต่างด้าวจากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2542 และได้จดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2542 เป็นต้นมา
ค. คอร์ปอเรชั่น เริ่มดำเนินงานและรับชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการจากเงินช่วยเหลือจาก
ประเทศญี่ปุ่นและเงินกู้ของการประปานครหลวง ตามโครงการเงินกู้ที่ได้รับความเห็นชอบจาก
กระทรวงการคลัง เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2543 เป็นต้นมา (ในระหว่างปี 2541 ยังไม่ได้
ดำเนินการ และไม่มีรายได้) โดยได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตาม
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 28)ฯ ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2535 แต่
ค. คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรก
คือรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มต้นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2541 สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2542 ถึง
รอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2547 รวม 6
รอบระยะเวลาบัญชี โดยชี้แจงเหตุผลว่า ค. คอร์ปอเรชั่น สำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ยังคงควบคุมการเงินและการทำบัญชีทั้งหมด เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ส่งไปที่สำนักงานใหญ่ในประเทศ
ญี่ปุ่น และติดตามหาไม่ได้ เนื่องจากเป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เคยดำเนินการในไทย ได้
ลาออกและย้ายไปอยู่ส่วนอื่น ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ค. คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นแบบ
ภ.ง.ด.50 ย้อนหลัง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาวัฒนา จำนวน 5 รอบระยะเวลาบัญชี คือ
รอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2542 สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2543 จนถึงรอบระยะเวลาบัญชี
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 สิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2547 โดยคำนวณภาษีที่ต้องชำระในอัตราร้อยละ 5
ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ รวมภาษีและเงินเพิ่มเป็นเงินทั้งสิ้น 7,458,730.77 บาท ซึ่ง
สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาวัฒนา ได้ชี้แจงในเบื้องต้นให้ ค. คอร์ปอเรชั่น ทราบแล้วว่า จะต้องเสีย
ภาษีจากกำไรสุทธิ แต่ ค. คอร์ปอเรชั่น ยืนยันที่จะยื่นแบบฯ ชำระภาษีดังกล่าว พร้อมได้ยื่นหนังสือ
คำร้องขอเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 71(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอ้างว่า ค. คอร์ปอเรชั่น
มีรายได้เฉพาะสัญญาที่ทำไว้กับการประปานครหลวง เท่านั้น และไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิได้
สำนักงานสรรพากรภาค เห็นว่า การที่ ค. คอร์ปอเรชั่น มีรายได้จากค่าสินค้าหรือบริการจาก
เงินช่วยเหลือต่างประเทศ ค. คอร์ปอเรชั่น มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ
ตามมาตรา 76 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และตามข้อเท็จจริงที่ ค. คอร์ปอเรชั่น อ้างนั้น
ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 76 ทวิ
วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากรได้ และเนื่องจากการพิจารณากรณีดังกล่าว ไม่อยู่ในอำนาจของ
สรรพากรภาค จึงหารือกรมสรรพากรพร้อมส่งเอกสารประกอบการพิจารณา รวม 30 ฉบับ นั้น
แนววินิจฉัย: กรณีดังกล่าว ค. คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 เพื่อชำระภาษีและ
เงินเพิ่มย้อนหลังเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2547 ซึ่งเป็นการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ
ก่อนที่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 3
ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.13/2529 ฯ ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2529 จึงให้ถือปฏิบัติตาม
แนวทางปฏิบัติในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว
เลขตู้: 67/33260

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020