เมนูปิด

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร
ที่ 7/2528
เรื่อง ภาษีเงินได้และภาษีการค้า กรณีดอกเบี้ยรับระหว่างธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ กับธนาคารสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ


---------------------------------------


                ด้วยกรมสรรพากรได้ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร วินิจฉัยว่า กรณีธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ ส่งเงินไปฝากกับธนาคารสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ ณ ประเทศสิงค์โปร์ ดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารต่างประเทศ สาขากรุงเทพฯ ได้รับจากธนาคารสำนักงานใหญ่จะถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ดนิติบุคคล และถือเป็นรายรับที่ต้องเสียภาษีการค้า ตามประเภทการค้า 12. ธนาคาร ชนิด 1 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าหรือไม่

 

                คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแล้วในการประชุมครั้งที่ 12/2528 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 มีคำวินิจฉัยดังต่อไปนี้

 

                        (1) แม้ว่าธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ และธนาคารสำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ ณ ประเทศสิงค์โปร์ จะเป็นนิติบุคคลเดียวกันก็ตาม แต่โดยที่อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ฯ ได้มีข้อบทในการกำหนดเงินได้และค่าใช้จ่ายของสาขาซึ่งเป็นสถานประกอบการถาวรของบริษัทต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย เสมือนหนึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากสำนักงานใหญ่ฉะนั้น กรณีธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคารสำนักงานใหญ่ ดอกเบี้ยเงินฝากดังกล่าวย่อมถือเป็นเงินได้จากการประกอบกิจการของธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ ที่จะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร


                        (2) เนื่องจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ ได้รับจากธนาคารสำนักงานใหญ่ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นรายรับจากการค้าประเภทธนาคารตามมาตรา 79 (3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ธนาคารต่างประเทศสาขากรุงเทพฯ จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าสำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับ ตามประเภทการค้า 12. ธนาคารชนิด 1 แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า

 

 

สั่ง ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528

 

 

พนัส สิมะเสถียร
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร

 

ปรับปรุงล่าสุด: 14-08-2014