เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เรื่อง    ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร

 

---------------------------------------------

 

                เนื่องจากได้มีการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับชำระภาษีต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม สำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2542 เป็นต้นไป

 

                กรณีการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมก่อนวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2542 ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เนื่องจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะมีความเข้าใจหลักเกณฑ์กฎหมายในช่วงเวลาก่อนวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2542 และในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2542 คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะมีความรับผิดต้องชำระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร

 

                เพื่อแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าว และเป็นการบรรเทาภาระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 อัฏฐ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรจึงประกาศ ดังต่อไปนี้

 

                ข้อ 1  ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ ตามมาตรา 3(5) แห่งพระราช-กฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 และตามมาตรา 4(5) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 และการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามมาตรา 3(6) แห่ง พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 และตามมาตรา 4(6) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลภาษีธุรกิจเฉพาะได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมก่อนวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2542 โดยให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ต้องชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับตามมาตรา 89/1 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร

                           การขายอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการขายอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้

                           (1) การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน

                           (2) การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

                           (3) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็น ที่ตั้งของอาคารดังกล่าว

                           (4) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) หรือ (3) เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขายหรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว

 

                ข้อ 2  ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะที่จะได้รับสิทธิตามข้อ 1 จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 พร้อมกับชำระภาษีธุรกิจเฉพาะและเงินเพิ่ม ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 กรณีที่ได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะและเงินเพิ่มบางส่วนไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ถือว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะชำระภาษี และเงินเพิ่ม ตามสัดส่วนของจำนวนภาษี และเงินเพิ่มตามแบบแสดงรายการภาษี

                           กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถชำระภาษีธุรกิจเฉพาะและเงินเพิ่มให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะจะชำระภาษีธุรกิจเฉพาะและเงินเพิ่มเป็นสามงวด ๆ ละเท่า ๆ กันก็ได้ กล่าวคือ งวดที่หนึ่งต้องชำระภายใน เดือนตุลาคม พ.ศ. 2544 งวดที่สองต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง หากไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป ตามประกาศนี้

 

                ข้อ 3  ประกาศนี้ไม่มีผลต่อภาษีอากรที่ได้เสียหรือชำระไปแล้วหรือที่ได้รับแจ้งการะเมินภาษีไปแล้วก่อนวันที่ที่ลงในประกาศนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2544

 

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

อธิบดีกรมสรรพากร

ปรับปรุงล่าสุด: 21-08-2014