เมนูปิด
เลขที่หนังสือ: กค 0702/4952
วันที่: 20 มิถุนายน 2559
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินลดทุน
ข้อกฎหมาย: มาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ           บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างประกอบ ผลิต และทดสอบแผงวงจรไฟฟ้ารวมจุลภาค มีรอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม บริษัทฯ แจ้งว่า งบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 2,000,000,000 บาท มีเงินสำรองตามกฎหมาย 200,000,000 บาท และมีกำไรสะสม 4,238,042 บาท
          1.วันที่ 23 มกราคม 2556 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลให้แก่บริษัทผู้ถือหุ้นที่ประเทศสิงคโปร์จำนวน 4,238,042 บาท และได้หักภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ในอัตราร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
          2.วันที่ 21 มีนาคม 2556 บริษัทฯ จดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 1 จาก 2,000,000,000 บาท ลดลง 1,500,000,000 บาท คงเหลือ 500,000,000 บาท (พร้อมกับลดเงินสำรองตามกฎหมายจาก 200,000,000 บาท ลดลง 150,000,000 บาท คงเหลือ 50,000,000 บาท โดยบริษัทฯ ได้นำเงินสำรองที่ลดลงจำนวน 150,000,000 บาท ไปกันไว้เป็นกำไรสะสม) และโอนเงินลดทุนจำนวน 1,500,000,000 บาท ให้แก่บริษัทผู้ถือหุ้นที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้คำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินลดทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินเงินสำรองที่กันไว้ซึ่งคิดเป็นจำนวน 200,000,000 บาท ในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 40 (4) (ง) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
          3.วันที่ 31 ธันวาคม 2556 บริษัทฯ มีกำไรสะสมตามที่แสดงไว้ในงบการเงินรวม 179,516,260 บาท (ประกอบด้วยผลกำไรจากการประกอบกิจการ 29,516,260 บาท และเงินสำรองของบริษัทฯ ที่ได้ทำการลดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2556 จำนวน 150,000,000 บาท)
          4.วันที่ 6 มิถุนายน 2557 บริษัทฯ จดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 2 จาก 500,000,000 บาท ลดลง 375,000,000 บาท คงเหลือ 125,000,000 บาท และได้คืนเงินทุนจดทะเบียนที่ลดลงในครั้งนี้จำนวน 375,000,000 บาท ไปให้บริษัทผู้ถือหุ้นที่ประเทศสิงคโปร์
          5.บริษัทฯ หารือว่า ในการจดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 1 ที่ได้คำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินลดทุนส่วนที่ไม่เกินเงินสำรองจำนวน 200,000,000 บาท แล้ว เมื่อบริษัทฯ จดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 2 อีกจำนวน 375,000,000 บาท บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินลดทุนอีกหรือไม่ อย่างไร
แนววินิจฉัย           1.กรณีที่บริษัทฯ ลดทุน ครั้งที่ 1 เนื่องจากงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 บริษัทฯ มีกำไรสะสมและเงินสำรองตามกฎหมายรวมกันเป็นจำนวน 204,238,042 บาท (ประกอบด้วยเงินสำรองตามกฎหมายจำนวน 200,000,000 บาท และกำไรสะสมจำนวน 4,238,042 บาท) แต่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วจำนวน 4,238,042 บาท เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นวันก่อนวันจดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 1 ดังนั้น จำนวนเงินกำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน ณ วันที่บริษัทฯ ลดทุนจึงมีเพียง 200,000,000 บาท และเมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินลดทุนให้แก่บริษัทผู้ถือหุ้นที่ประเทศสิงคโปร์จำนวน 1,500,000,000 บาท เงินลดทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินกำไรและเงินที่กันไว้รวมกันที่จะถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร จึงมีจำนวน 200,000,000 บาท บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร จากเงินลดทุนจำนวนดังกล่าว
          2.กรณีที่บริษัทฯ ลดทุน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557 จากจำนวนทุนจดทะเบียน 500,000,000 บาท ลดลง 375,000,000 บาท เหลือทุนจดทะเบียน 125,000,000 บาท บริษัทฯ มีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเมื่อวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีปี 2556 จำนวน 179,516,260 บาท (ประกอบด้วยเงินสำรองที่ลดลงจำนวน 150,000,000 บาท และกำไรจากการประกอบกิจการจำนวน 29,516,260 บาท) และมีเงินสำรองตามกฎหมายจำนวน 50,000,000 บาท เนื่องจากเงินสำรองจำนวน 50,000,000 บาท และกำไรสะสมที่บริษัทฯ ยกมาจากการลดเงินสำรองจำนวน 150,000,000 บาท ได้เคยนำมาถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร และถูกหักภาษีเงินได้นิติบุคคลมาแล้วในการจดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 1 ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จดทะเบียนลดทุนและคืนเงินลดทุน ครั้งที่ 2 จำนวน 375,000,000 บาท บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำเงินสำรองที่ลดลงและเงินสำรองตามกฎหมายที่ได้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้และเสียภาษีไปแล้วในการจดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 1 มารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก และเงินลดทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกินกำไร และเงินที่กันไว้รวมกันที่จะถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร ในการจดทะเบียนลดทุน ครั้งที่ 2 จึงมีจำนวนเท่ากับกำไรจากการประกอบกิจการจำนวน 29,516,260 บาท ซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 79/40128

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020