เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
และกำหนดฐานภาษีสำหรับกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะบางกรณี (ฉบับที่ 358)
พ.ศ. 2542
--------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2542
เป็นปีที่ 54 ในรัชกาลปัจจุบัน

                      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                      โดยที่เป็นการสมควรกำหนดกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนด ฐานภาษีสำหรับกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะบางกรณี

                      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 91/2 (8) และมาตรา 91/5 (8) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                      มาตรา 1  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความใน ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนดฐานภาษี สำหรับกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะบางกรณี (ฉบับที่ 358) พ.ศ. 2542”

                      มาตรา 2  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                      มาตรา 3  ในพระราชกฤษฎีกานี้

                      “ธุรกิจแฟ็กเตอริง” หมายความว่า ธุรกิจที่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการตกลงจะ โอนทรัพย์สินที่จะได้รับจากการชำระหนี้เนื่องจากการขายสินค้าหรือการให้บริการระหว่างตน กับลูกหนี้ของตนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริง โดยผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงตกลงจะให้ สินเชื่อซึ่งรวมถึงการให้กู้ยืมและการทดรองจ่ายแก่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการและรับที่จะ ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

                      (1) จัดให้มีบัญชีทรัพย์สินที่จะได้รับจากการชำระหนี้

                      (2) เรียกเก็บทรัพย์สินที่จะได้รับจากการชำระหนี้

                      (3) รับผิดชอบในหนี้ที่ลูกหนี้ของผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการผิดนัด ผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ แฟ็กเตอริงอื่น ซึ่งรับโอนหรือตกลงจะรับโอนทรัพย์สินจากผู้ประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงตาม วรรคหนึ่งและรับที่จะดำเนินการตาม (1) (2) หรือ (3) ของวรรคหนึ่งด้วย

                      มาตรา 4  กำหนดให้การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

                      มาตรา 5  ฐานภาษีสำหรับการประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงตามมาตรา 4 ได้ แก่ ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ

                      มาตรา 6  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันยังไม่มี ความชัดเจนในประเด็นกฎหมายว่าผู้ซึ่งประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ ทำให้การเสียภาษีของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวมีความแตกต่างกัน จึง จำเป็นต้องกำหนดการเสียภาษีในกรณีนี้ให้มีความชัดเจน และโดยที่การประกอบธุรกิจดังกล่าว มีลักษณะคล้ายคลึงกับการให้กู้เงินที่เป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ สมควรกำหนดให้การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริงเป็น กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและกำหนดฐานภาษีสำหรับกิจการดังกล่าว จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชกฤษฎีกา

 

(ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 116 ตอนที่ 83 ก วันที่ 17 กันยายน 2542)

 

ปรับปรุงล่าสุด: 07-08-2014