เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 377)
พ.ศ. 2544
--------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2544
เป็นปีที่ 56 ในรัชกาลปัจจุบัน

                      พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                      โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นรัษฎากรบางกรณี

                      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้

                      มาตรา 1  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 377) พ.ศ. 2544”

                      มาตรา 2  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป

                      มาตรา 3  ในพระราชกฤษฎีกานี้

                      “เงินเทียบเท่าเงินปันผล” หมายความว่า เงินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จ่ายให้แก่ผู้ถือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยดังกล่าว เนื่องจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้จ่ายได้รับเงินปันผลจากหลักทรัพย์อ้างอิงที่ระบุตามใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยดังกล่าว

                      มาตรา 4  ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง และเป็นผู้เสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ สำหรับรายได้ที่เป็น

                      (1) เงินปันผลที่ได้รับจากการถือครองหลักทรัพย์อ้างอิงที่ระบุตามใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย

                      (2) เงินได้จากการขายหลักทรัพย์อ้างอิงที่ระบุตามใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย

                      (3) เงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการลงทุนหาผลประโยชน์ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                      มาตรา 5  ให้ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(2)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินเทียบเท่าเงินปันผลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 4 จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

                      มาตรา 6  ผู้มีเงินได้ซึ่งอยู่ในประเทศไทยและได้รับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินเทียบเท่าเงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 4 และยอมให้ผู้จ่ายเงินได้นั้นหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินเทียบเท่าเงินปันผล ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ดังกล่าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ ถูกหักไว้นั้นคืน หรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

                      มาตรา 7  ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ตาม (ข) ของ (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล แห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เป็นเงินเทียบเท่าเงินปันผลที่บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 4

                      มาตรา 8  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขึ้นเพื่อทำหน้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์แทนผู้ลงทุน โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวออกใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ลงทุนแทนการถือหลักทรัพย์โดยตรง ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ตลาดทุนของประเทศแพร่หลายมากขึ้น แต่เนื่องจากการดำเนินการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และเมื่อจ่ายเงินได้ที่เป็นผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนแล้วยังมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ดังกล่าว นอกจากนั้น ผู้ลงทุนไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามกฎหมายของต่างประเทศยังมีภาระต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับผลตอบแทนที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ได้รับอีกด้วย ดังนั้น สมควรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสนอขายใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้แก่ผู้ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว รวมทั้งลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดตั้งขึ้นดังกล่าว และเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนในหลักทรัพย์ไทยให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

(ร.จ.ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 118 ตอนที่ 26 ก วันที่ 1 พฤษภาคม 2544)

 

ปรับปรุงล่าสุด: 07-08-2014