เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค 0706/7572
วันที่: 8 กันยายน 2548
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการประกอบกิจการโรงเรียนภาษานานาชาติและคอมพิวเตอร์
ข้อกฎหมาย: มาตรา 42/17 แห่งประมวลรัษฎากร และกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(1)
ข้อหารือ: นาย ว. ประกอบธุรกิจโรงเรียนเอกชน “โรงเรียนภาษานานาชาติและคอมพิวเตอร์” และหลักสูตรการเรียนการสอนได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ มีรายได้จากค่าเล่าเรียน และค่าจ้างแปลเอกสาร ในการรับจ้างแปลเอกสารจะแปลในนามของโรงเรียนฯ โดยว่าจ้างอาจารย์ ในโรงเรียน บุคคลภายนอก หรือมหาวิทยาลัย แปลเอกสารให้ นาย ว. หารือว่า
(1) นาย ว. ไม่ต้องนำเงินได้จากการประกอบกิจการโรงเรียน คือ ค่าเล่าเรียนมายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช่หรือไม่ และเงินได้จากการรับจ้างแปลเอกสารในนามของโรงเรียน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด และมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายอย่างไร
(2) กรณีโรงเรียนฯ ได้ยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนาย ว. ในช่องรายการผู้มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ต่อมาได้ยื่นและนำส่งระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของโรงเรียนฯ ในช่องรายการผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีดังกล่าวการระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรในช่องรายการผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ถูกต้องจะต้องปฏิบัติอย่างไร
แนววินิจฉัย: 1. นาย ว. ประกอบกิจการโรงเรียน “โรงเรียนภาษานานาชาติและคอมพิวเตอร์” เงินได้จากกิจการของโรงเรียนราษฎร์ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่เงินได้ดังกล่าวไม่รวมถึงเงินได้จากการขายของ การรับจ้างทำของ หรือการให้บริการอื่นใดที่โรงเรียนราษฎร์ซึ่งเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาได้รับจากผู้ซึ่งมิใช่นักเรียนทั้งนี้ ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ ฉะนั้น เงินได้จากค่าเล่าเรียนที่ได้รับจากนักเรียน จึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ส่วนเงินได้จากการรับจ้างแปลเอกสารเข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของ ที่ได้รับจากผู้ซึ่งมิใช่นักเรียน จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด และเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร นาย ว. ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควรตามมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502
2. กรณีบุคคลธรรมดาประกอบกิจการโรงเรียนราษฎร์ทั้งกรณีเป็นผู้จ่ายเงินได้และผู้มีเงินได้แต่ละรายจะมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรได้รายละ 1 หมายเลขเท่านั้น ทั้งนี้ ตามข้อ 10.2 ของระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการให้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและการออกบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร พ.ศ. 2548 และข้อ 5 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ดังนั้น การยื่นแบบฯ ในส่วนของเงินได้จากการรับจ้างแปลเอกสาร จะต้องระบุเป็นชื่อของนาย ว. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของนาย ว. เพราะนาย ว. เป็นผู้มีเงินได้จากการประกอบกิจการโรงเรียน ซึ่งมีทั้งเงินได้ที่ต้องเสียภาษีและเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี
เลขตู้: 68/33552

 


 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020