เมนูปิด

เลขที่หนังสือ: กค0706/พ./10500
วันที่:16 ธันวาคม 2548
เรื่อง:ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนและส่งสินค้าให้ลูกค้าในเขตอุตสาหกรรมส่งออก
ข้อกฎหมาย:มาตรา 77/1(8) มาตรา 77/1(14) มาตรา 77/2 มาตรา 82/4 มาตรา 83/9 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ:            บริษัท (ประเทศไทย) แจ้งว่า บริษัท (ประเทศไทย) ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่งออกนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน บริษัทฯ ได้ขายสินค้าให้กับ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) จำกัด โดยจัดส่งสินค้าไปให้กับ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่งออกนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งใบกำกับสินค้า บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ได้ชำระเงินค่าสินค้าให้กับบริษัท (ประเทศไทย) และบริษัท (ประเทศไทย) ได้ชำระเงินค่าสินค้าให้กับ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) บริษัท (ประเทศไทย) จึงขอทราบว่า บริษัท (ประเทศไทย) จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าจาก บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) หรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวจะมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร นั้น
แนววินิจฉัย:            1. กรณีบริษัท (ประเทศไทย) ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกโดยได้ขายสินค้าให้แก่ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) แต่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ บริษัท (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ ณ จังหวัดสมุทรปราการ ตามคำสั่งของบริษัท (ประเทศสิงคโปร์) โดยสินค้าดังกล่าวไม่ได้ส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการส่งออกตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากรถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/1(8) และมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัท (ประเทศไทย) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดยจะต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร
:            2. กรณีบริษัท (ประเทศไทย) ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่บริษัท (ประเทศไทย) ตามคำสั่งของ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ถือว่า บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ขายสินค้าให้แก่บริษัท(ประเทศไทย)แต่โดยที่การนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออกโดยมิใช่เพื่อส่งออก เข้าลักษณะเป็นการนำเข้า ตามมาตรา 77/1 (12) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น
:                 2.1 กรณีบริษัท (ประเทศไทย) ซึ่งซื้อสินค้าจากบริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ถือเป็นผู้นำเข้าตามมาตรา 77/1(11) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท (ประเทศไทย) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้า และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อนำสินค้านั้นออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามมาตรา 83/9 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัท (ประเทศไทย) จ่ายค่าซื้อสินค้าให้แก่ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) จำกัด บริษัท (ประเทศไทย) จึงไม่มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทในประเทศสิงคโปร์มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร
:                 2.2 กรณีบริษัท (ประเทศไทย) ได้ขายสินค้าให้แก่ บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ถือเป็นผู้นำเข้าตามมาตรา77/1(11) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท (ประเทศไทย) มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้า และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อนำสินค้านั้นออกจากเขตอุตสาหกรรมส่งออกตามมาตรา 83/9 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นการนำเข้าเพื่อขาย ดังนั้น เมื่อบริษัท (ประเทศไทย) จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าให้แก่บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) บริษัท (ประเทศไทย) มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) มีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร
:            3. กรณีบริษัท (ประเทศไทย) ได้รับค่าตอบแทนจากการขายสินค้าให้แก่บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ค่าตอบแทนดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(4) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 47)ฯ ลงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2536 เนื่องจากบริษัท (ประเทศไทย) ไม่ได้ขายสินค้าให้แก่บริษัท (ประเทศไทย) แต่ขายสินค้าให้แก่บริษัท (ประเทศสิงคโปร์) จำกัด และบริษัท (ประเทศสิงคโปร์) ขายสินค้าดังกล่าวให้แก่บริษัท (ประเทศไทย)
เลขตู้:68/33741

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020