เมนูปิด
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
  เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 157)
  เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน
------------------------------
   
                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3(2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน ดังต่อไปนี้
                        ข้อ 1 “ทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการ” หมายความว่า ทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ผลิตสินค้าหรือให้บริการรับจ้างผลิตสินค้า”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 163) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป )
                        ข้อ 2 เงินได้ที่ได้รับจากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5
                        ข้อ 3 ทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการที่ขายต้องมีหลักฐานการได้มาซึ่งทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ใบส่งสินค้า ใบแจ้งหนี้ สัญญาซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน บัญชีทรัพย์สิน หรือเอกสารอื่นใดในทำนองเดียวกัน โดยเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อทดแทนต้องเป็นทรัพย์สินประเภทเดียวกันกับทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการที่ขาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าหรือการให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าที่ดีขึ้น หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าหรือการให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าของกิจการ และต้องเป็นเครื่องจักรที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 163) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป )
                       ข้อ 4 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการก่อนซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการ หรือในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรใหม่ทดแทนก่อนขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ได้ซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรใหม่ทดแทน
                      ข้อ 5 ทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการที่ขายเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน ต้องไม่ใช่ทรัพย์สินในกรณีดังต่อไปนี้ ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้น
                             (ก) ทรัพย์สินที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนซึ่งก่อให้เกิดรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
                            (ข) ทรัพย์สินที่นำไปใช้ในกิจการซึ่งก่อให้เกิดรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา ที่ออกตามความในประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
                            (ค) ทรัพย์สินอันเกิดจากรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 297) พ.ศ. 2539
                            (ง) อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ซื้อทดแทนอุปกรณ์เดิมซึ่งใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 436) พ.ศ. 2548
                            (จ) ทรัพย์สินที่ได้มาตามโครงการซึ่งมูลค่าของทรัพย์สินนั้นได้รวมเป็นมูลค่าของโครงการ ซึ่งใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามความในมาตรา 3 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 163) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป )
                     ข้อ 6 ในกรณีที่มีปัญหาที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของประกาศนี้ได้ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย
ประกาศ ณ วันที่  15  กันยายน  พ.ศ. 2549

ศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์

(นายศิโรตม์  สวัสดิ์พาณิชย์)

อธิบดีกรมสรรพากร

ปรับปรุงล่าสุด: 21-08-2014