เมนูปิด
เลขที่หนังสือ: กค 0702/10401
วันที่: 21 ธันวาคม 2552
เรื่อง: ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยขององค์การเอกชนต่างประเทศ
ข้อกฎหมาย: มาตรา 39 มาตรา 77/1 มาตรา 41 และมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ          บริษัทฯ ประกอบธุรกิจบริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีความประสงค์ขอหารือใน เรื่องการเสียภาษีตามกฎหมายไทย ให้แก่ลูกความของบริษัทฯ รายหนึ่งคือ A จดทะเบียนตามกฎหมายของประเทศเยอรมนี เป็นนิติบุคคลประเภทสมาคมซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร และมีวัตถุประสงค์หลักในการวิจัยที่มุ่งเน้นในสาขาวิทยาศาสตร์ ประยุกต์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้และเพื่อประโยชน์ต่อสังคม
          ในปี 2552 A มีความประสงค์จะขอจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคขึ้นในประเทศไทยในนาม B ซึ่งไม่ได้มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยก ต่างหากจาก A โดยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอและการพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของสมาคมต่างประเทศ ซึ่งไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรดังกล่าวนั้น เป็นไปตามระเบียบกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ว่าด้วยการเข้ามา ดำเนินงานขององค์การเอกชนต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. 2541 และระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการดำเนินงานของ องค์การเอกชนต่างประเทศ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้ามาดำเนินงานขององค์การเอกชนต่างประเทศในประเทศไทยและการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย พ.ศ. 2543 โดยสำนักงานภูมิภาคดังกล่าว มี วัตถุประสงค์และโครงการที่จะขออนุญาตเข้ามาดำเนินงานทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน ดังต่อไปนี้
          1. ทำการส่งเสริมและให้การสนับสนุนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยีให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน
          2. ดำเนินโครงการที่ให้โอกาสและพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและ ประเทศชาติโดยรวม
          3. สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการและภาคเทคนิคแก่รัฐบาลและภาคเอกชน เช่น การฝึกอบรม การสัมมนา เป็นต้น
          4. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน โดยมุ่งเน้น การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนี
          ในการดำเนินงานดังกล่าว สำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยจะได้รับแต่เพียงเงินสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่เพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายในสำนักงานภูมิภาคและเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่างๆ แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยและประเทศ ในแถบอาเซียนตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานเท่านั้น เช่น ค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ ค่าที่พัก เงินเดือนของเจ้าหน้าที่
          บริษัทฯ ขอหารือดังนี้
          1. สำนักงานภูมิภาคมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยหรือไม่
          2. ในเรื่องการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำนักงานภูมิภาคได้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้รับ สำนักงานภูมิภาคมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินในนามของสำนักงานภูมิภาค ตามมาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่
          3. กรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานภูมิภาคซึ่งเป็นคนต่างด้าว มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ถูกต้องหรือไม่
แนววินิจฉัย          1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล หากการดำเนินงานของสำนักงานภูมิภาค มีลักษณะเป็นการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด การดำเนินงานของสำนักงานภูมิภาคไม่เข้าลักษณะเป็นกิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้า หรือหากำไรโดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ตามบทนิยามคำว่า "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตาม มาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และสำนักงานภูมิภาคไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยแต่อย่างใด
          2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีค่าตอบแทนตามข้อเท็จจริงข้างต้น ไม่เข้าลักษณะ เป็นการให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ สำนักงานภูมิภาคจึงไม่มีฐานะเป็นผู้ประกอบการตามบทนิยามในมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการเข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย
          3. สำนักงานภูมิภาคจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้รับ สำนักงานภูมิภาคมีหน้าที่ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินในนามของสำนักงานภูมิภาคตามมาตรา 3 เตรส หรือตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี
          4. คนต่างด้าวที่ทำงานในสำนักงานภูมิภาคที่กระทำกิจการในประเทศไทยโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ว่าเงินนั้น จะจ่ายในหรือนอกประเทศไทย คนต่างด้าวผู้นั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และสำนักงานภูมิภาคมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือน ที่จ่ายเงินได้ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
เลขตู้: 72/37058

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020