เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 551)
พ.ศ. 2555

-----------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน

                  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                  โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บางกรณี

                  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 และมาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                  มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 551) พ.ศ. 2555”

                  มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                  มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการรวมกันไม่เกินสามสิบล้านบาทต่อปีในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ เฉพาะที่ได้จากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และได้ซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนเครื่องจักรเก่าที่ขายไปภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
                 (1) กรณีซื้อเครื่องจักรใหม่ก่อนการขายเครื่องจักรเก่า ต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ภายในหนึ่งปีก่อนวันที่ขายเครื่องจักรเก่า
                 (2) กรณีซื้อเครื่องจักรใหม่ภายหลังจากการขายเครื่องจักรเก่า ต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขายเครื่องจักรเก่า
                 เมื่อมีการขอยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าตามวรรคหนึ่งแล้ว ห้ามมิให้นำมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือของเครื่องจักรเก่าที่ได้ขายไปมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
                 การขายเครื่องจักรเก่าและการซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทนตามวรรคหนึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

                  มาตรา 4 เครื่องจักรเก่าที่ขายไปตามมาตรา 3 ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
                 (1) เป็นเครื่องจักรที่ได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน
                  (2) เป็นเครื่องจักรที่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม กฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมการลงทุน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
                  (3) เป็นเครื่องจักรที่ใช้สิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 4 เอกาทศ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 537) พ.ศ. 2555
                  (4) เป็นเครื่องจักรที่เกิดจากรายจ่ายซึ่งได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 297) พ.ศ. 2539
                  (5) เป็นเครื่องจักรที่เกิดจากรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 532) พ.ศ. 2554

                  มาตรา 5 เครื่องจักรใหม่ที่ซื้อเพื่อทดแทนเครื่องจักรเก่าที่ขายไปต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้                   (1) เป็นเครื่องจักรที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน                   (2) เป็นเครื่องจักรประเภทเดียวกับเครื่องจักรเก่าที่ขายไปและมีประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับเครื่องจักรเก่าที่ขายไป

                  มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
       ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
         นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดหาเครื่องจักรใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าสูงขึ้น เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ สมควรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้ว และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ทดแทน ทั้งนี้ เฉพาะการขายทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                  (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 129 ตอนที่ 106 ก วันที่ 14 พฤศจิกายน 2555)

ปรับปรุงล่าสุด: 07-08-2014