เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 554)
พ.ศ. 2555

----------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
เป็นปีที่ 67 ในรัชกาลปัจจุบัน

                   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                   โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ บางกรณี

                   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 และมาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                   มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 554) พ.ศ. 2555”

                   มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                   มาตรา 3 ในพระราชกฤษฎีกานี้
                   “ศุกูก” หมายความว่า ตราสารการเงินที่เป็นหลักทรัพย์ประเภทใบทรัสต์ตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งออกโดยสอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม
                   “ผู้ถือศุกูก” หมายความว่า ผู้ถือหลักทรัพย์ประเภทใบทรัสต์ที่จะได้รับประโยชน์จากกองทรัสต์เนื่องจากการออกศุกูกนั้น
                   “ทรัสต์” หมายความว่า นิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนที่เกี่ยวกับการออกศุกูก                                       “สัญญาก่อตั้งทรัสต์” หมายความว่า สัญญาก่อตั้งทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนที่เกี่ยวกับการออกศุกูก
                   “ทรัสตี” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ให้ประกอบธุรกิจเป็นทรัสตีตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
                   “กองทรัสต์” หมายความว่า กองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
                   “ผู้ระดมทุน” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ได้ใช้ประโยชน์จากเงินที่ได้จากการขายศุกูก ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นดังกล่าวจะเป็นผู้ก่อตั้งทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนด้วยหรือไม่ก็ตาม
                   “เงินชดเชยเงินปันผล” หมายความว่า เงินที่ทรัสตีต้องจ่ายให้แก่ผู้ระดมทุน เนื่องจากบริษัทผู้ออกหุ้นได้จ่ายเงินปันผลของหุ้นในระหว่างที่ทรัสตีถือหุ้นนั้นไว้ตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์

                   มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ถือศุกูก สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการถือศุกูก และยอมให้ทรัสตีผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละสิบห้าของเงินได้ที่ได้รับ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้ถือศุกูกไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

                   มาตรา 5 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ทรัสตี สำหรับเงินได้ที่ได้จากกองทรัสต์ในธุรกรรมที่เกี่ยวกับการออกศุกูก แต่ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมหรือประโยชน์อื่นใดที่ทรัสตีได้รับจากการให้บริการเป็นทรัสตีตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์

                   มาตรา 6 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้ระดมทุน สำหรับเงินได้ที่เป็นเงินชดเชยเงินปันผลหรือเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้
                   (1) ผู้ระดมทุนซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับโอนกลับคืนมาซึ่งหุ้นที่ได้มีการโอนให้แก่ทรัสตี ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ยกเว้นภาษีเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของเงินชดเชยเงินปันผลหรือเงินปันผลที่ได้รับ
                   (2) ผู้ระดมทุนซึ่งเป็นบริษัทตาม (1) ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนหรือเป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง โดยบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทนั้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ให้ยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่ากับเงินชดเชยเงินปันผลหรือเงินปันผลที่ได้รับผู้ระดมทุนตามวรรคหนึ่งต้องถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินชดเชยเงินปันผลหรือเงินปันผลไว้ไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาจนถึงวันที่มีเงินได้ดังกล่าว และยังคงถือหุ้นนั้นต่อไปอีกไม่น้อยกว่าสามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้ โดยให้นับระยะเวลาระหว่างที่ผู้ระดมทุนได้โอนหุ้นให้แก่ทรัสตีจนถึงวันที่ผู้ระดมทุนได้รับโอนหุ้นนั้นกลับคืนรวมด้วย

                   มาตรา 7 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4 ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 และอากรแสตมป์ตามหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ระดมทุนและทรัสตี สำหรับเงินได้ มูลค่าของฐานภาษี รายรับและการกระทำตราสาร ที่เกิดขึ้น หรือเนื่องมาจากการโอนหรือก่อทรัพยสิทธิหรือสิทธิใด ๆ ในทรัพย์สิน ระหว่างผู้ระดมทุนกับทรัสตีหรือระหว่างทรัสตีกับทรัสตีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงทรัสตีตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์

                   มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
       ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
         นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การดำเนินธุรกรรมที่เกิดขึ้นตามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ที่เกี่ยวกับการออกศุกูก ซึ่งเป็นตราสารการเงินซึ่งออกเพื่อระดมทุนตามหลักศาสนาอิสลาม และเงินได้ที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าวต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรในหลายลักษณะ อันก่อให้เกิดภาระภาษีซ้ำซ้อนและไม่จูงใจให้มีการใช้ศุกูกเพื่อดำเนินธุรกรรมในตลาดทุน สมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ผู้ถือศุกูก ทรัสตี และผู้ระดมทุน สำหรับเงินได้มูลค่าของฐานภาษี รายรับ และการกระทำตราสารที่เกิดขึ้นหรือเนื่องมาจากธุรกรรมที่เกี่ยวกับการออกศุกูกตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุนและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บางกรณี เพื่อส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มขึ้นและสนับสนุนการก่อตั้งทรัสต์ที่เกี่ยวกับการออกศุกูก อันจะช่วยให้มีการระดมทุนในตลาดทุนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                   (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 129 ตอนที่ 116 ก วันที่ 11 ธันวาคม 2555)

ปรับปรุงล่าสุด: 07-08-2014