เมนูปิด

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่562)
พ.ศ. 2556
--------------------------------

ภูมิพลอดุลยเดชป.ร.
ให้ไว้ณวันที่29เมษายนพ.ศ. 2556
เป็นปีที่68ในรัชกาลปัจจุบัน

                           พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                           โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบางกรณี

                           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา187ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่10) พ.ศ. 2496 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา29 ประกอบกับมาตรา 33 และมาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้

                           มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า“พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่562) พ.ศ. 2556”

                           มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

                           มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน2และส่วน3หมวด3ในลักษณะ2แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเฉพาะในส่วนที่เป็นยอดรวมของส่วนต่างระหว่างอัตราค่าจ้างที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่1มกราคมพ.ศ. 2556 เฉพาะส่วนที่ไม่เกินสามร้อยบาทกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่6) ลงวันที่2พฤศจิกายนพ.ศ. 2554 หรืออัตราค่าจ้างเดิมแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่าให้แก่
                            (1) บุคคลธรรมดาซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา40 (5) (6) (7) หรือ (8)แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา48 (1) แห่งประมวลรัษฎากรรวมกันไม่เกินสามสิบล้านบาทต่อปีก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
                            (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมกันไม่เกินสามสิบล้านบาทต่อปีในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งต้องมีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าวันละสามร้อยบาทระหว่างวันที่1มกราคม พ.ศ. 2556ถึงวันที่31ธันวาคมพ.ศ. 2556

                           มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
      ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร
        นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือโดยที่การยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกรณีนายจ้างที่ได้จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตั้งแต่สามร้อยบาทได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่31ธันวาคมพ.ศ. 2555แต่เพื่อเป็นการส่งเสริมและจูงใจให้นายจ้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับกรณีดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่งทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                           (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 130 ตอนที่ 40 ก วันที่ 9 พฤษภาคม 2556)

ปรับปรุงล่าสุด: 07-08-2014