เมนูปิด
Untitled Document

พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586)
พ.ศ. 2558

--------------------------

ภูมิพลอดุลยเดชป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558
เป็นปีที่ 70ในรัชกาลปัจจุบัน

                                  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

                                  โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ บางกรณี

                                  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

                                  มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558”

                                  มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                                  มาตรา 3 ในพระราชกฤษฎีกานี้
                                   “คนต่างด้าว” หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
                                   “สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ” หมายความว่า บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อประกอบกิจการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค การให้บริการสนับสนุน หรือการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตน ไม่ว่าวิสาหกิจในเครือหรือสาขานั้นจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ และ ให้หมายความรวมถึงบริษัทการค้าระหว่างประเทศซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ด้วย
                                  “การให้บริการสนับสนุน” หมายความว่า การให้บริการสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้
                                   (1) การบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจ และการประสานงานทางธุรกิจ
                                   (2) การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน
                                   (3) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
                                   (4) การสนับสนุนด้านเทคนิค
                                   (5) การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย
                                   (6) การบริหารด้านงานบุคคลและการฝึกอบรม
                                   (7) การให้คำปรึกษาด้านการเงิน
                                   (8) การวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน
                                   (9) การจัดการและควบคุมสินเชื่อ
                                   (10) การให้บริการสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
                                  “การบริหารเงิน” หมายความว่า การบริหารเงินในเรื่องดังต่อไปนี้
                                   (1) การบริหารเงินของศูนย์บริหารเงินซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุม การแลกเปลี่ยนเงิน
                                   (2) การกู้ยืมและให้กู้ยืมเงินบาท ในกรณีดังต่อไปนี้
                                         (ก) การกู้ยืมเงินบาทจากสถาบันการเงินในประเทศไทยหรือวิสาหกิจในเครือในประเทศไทย
                                         (ข) การนำเงินบาทที่ได้รับจากการดำเนินการตาม (1) หรือ (ก) มาให้กู้เป็นเงินบาท แก่วิสาหกิจในเครือในประเทศไทย
                                  “บริษัทการค้าระหว่างประเทศ” หมายความว่า บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเพื่อประกอบกิจการจัดซื้อและขายสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นส่วน หรือให้บริการเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศแก่นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
                                  “การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ” หมายความว่า การให้บริการในเรื่องดังต่อไปนี้
                                  (1) การจัดหาสินค้า
                                  (2) การเก็บรักษาสินค้าระหว่างรอการส่งมอบ
                                  (3) การจัดทำหีบห่อและบรรจุภัณฑ์
                                  (4) การขนส่งสินค้า
                                  (5) การประกันภัยสินค้า
                                  (6) การให้คำปรึกษาแนะนำและบริการด้านเทคนิคและฝึกอบรมเกี่ยวกับสินค้า
                                  (7) การให้บริการอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
                                  “วิสาหกิจในเครือ” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ในลักษณะดังต่อไปนี้
                                  (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งถือหุ้นในสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศทั้งทางตรง หรือทางอ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด
                                  (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วน ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด
                                  (3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (1) ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนทั้งทางตรงหรือทางอ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของ ทุนทั้งหมด
                                  (4) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงานของสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ
                                  (5) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศมีอำนาจควบคุมกิจการ หรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน
                                  (6) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (4) มีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน

                                  มาตรา 4 ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ในการหักภาษี ณ ที่จ่ายและคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบห้าของ เงินได้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่คนต่างด้าวได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ซึ่งเมื่อคำนวณตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีในอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สูงกว่าร้อยละสิบห้าของเงินได้
                                   ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามวรรคหนึ่ง เมื่อคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากรแล้วอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายน้อยกว่าร้อยละสิบห้าของเงินได้ ให้คนต่างด้าวผู้มีเงินได้มีสิทธิได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 5 เมื่อคนต่างด้าวนั้นยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละสิบห้าของเงินได้นั้น

                                  มาตรา 5 ให้คนต่างด้าวซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละสิบห้า ของเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 4 เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ได้รับยกเว้น ไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินนั้น มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่คนต่างด้าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
                                   ในกรณีที่คนต่างด้าวมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากรไว้แล้ว และมีสิทธิเลือกเสียภาษี ตามมาตรา 48 (3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร คนต่างด้าวจะมีสิทธิได้รับการยกเว้นตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าในการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน คนต่างด้าวมิได้นำเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 (4) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากรดังกล่าว และเงินได้พึงประเมินที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 4 มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ โดยต้องไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
                                   ในการได้รับยกเว้นตามมาตรานี้ คนต่างด้าวต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย

                                  มาตรา 6 คนต่างด้าวซึ่งจะได้รับสิทธิตามมาตรา 4 และมาตรา 5 ต้องเป็นคนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 9 และได้รับเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ตั้งแต่วันที่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศได้รับสิทธิประโยชน์ ทางภาษีตามมาตรา 7 และมาตรา 8 จนถึงวันที่สิ้นสุดการทำงานประจำสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
                                   “ให้คนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศและยังคงได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่งได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 686) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

                                  “มาตรา 7 ให้ลดอัตราภาษีเงินได้ตาม (ก) ของ (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแห่งบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละสิบของกำไรสุทธิ ให้แก่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ สำหรับรายได้ที่ได้รับก่อนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
                                  (1) รายได้จากการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค การให้บริการสนับสนุนหรือการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
                                  (2) ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาที่กระทำในประเทศไทย โดยสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศได้วิจัยและพัฒนาเองหรือจ้างผู้อื่นวิจัยและพัฒนา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ สำหรับค่าสิทธิที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 686) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)
                                  รายได้ที่จะได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่งเฉพาะที่มีจำนวนรวมกันไม่เกินกว่ารายได้ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 8 (1) และ (2)

                                  "มาตรา 8ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ สำหรับรายได้ที่ได้รับก่อนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
                                  (1) รายได้จากการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค การให้บริการสนับสนุน หรือการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
                                  (2) ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาที่กระทำขึ้นในประเทศไทย โดยสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศได้วิจัยและพัฒนาเองหรือจ้างผู้อื่นวิจัยและพัฒนา ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ทั้งนี้ สำหรับค่าสิทธิที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
                                  (3) เงินปันผลที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
                                  (4) รายได้จากการโอนหุ้นของวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ เฉพาะการโอนหุ้นที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
                                  (5) รายได้จากการจัดซื้อและขายสินค้าในต่างประเทศ โดยสินค้าดังกล่าวมิได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยในลักษณะการผ่านแดนหรือการถ่ายลำตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศแก่นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับจากหรือในต่างประเทศ”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 686) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

                                  มาตรา 9 สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศที่จะได้รับสิทธิตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
                                  (1) มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป
                                  (2) มีการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค การให้บริการสนับสนุน หรือการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
                                  (3) มีรายจ่ายในการดำเนินงานซึ่งเกี่ยวกับกิจการของสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศที่จ่ายให้แก่ผู้รับในประเทศไทยไม่น้อยกว่าสิบห้าล้านบาทในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี
                                  “(4) ยื่นคำร้องขอและได้รับอนุมัติให้เป็นสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศจากอธิบดี ภายในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 672) พ.ศ. 2561 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป)

                                  (5) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด ในกรณีที่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งข้อหนึ่งข้อใดในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นอันระงับเฉพาะในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

                                  มาตรา 10 สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 9 จะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 เป็นระยะเวลาสิบห้ารอบระยะเวลาบัญชีนับแต่ วันถัดจากวันที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังต่อไปนี้
                                  (1) กรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ยื่นคำร้องขอและได้รับอนุมัติให้เป็นสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศตามมาตรา 9 ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรก หรือ
                                  (2) กรณีที่มีการยื่นคำร้องขอและได้รับอนุมัติให้เป็นสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศตามมาตรา 9 ระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้นับรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรก แม้ว่าจะมีระยะเวลาน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ตาม

                                  “มาตรา 11 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย สำหรับรายได้ดังต่อไปนี้
                                  (1) เงินปันผลที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศตามมาตรา 9 (4) ที่จ่ายจากรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 8 ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ต้องจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563
                                  (2) ดอกเบี้ยที่ได้รับจากสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศได้กู้มาเพื่อให้กู้ยืมต่อแก่วิสาหกิจในเครือที่เป็นการบริหารเงินและต้องได้รับก่อนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 686) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

                                  "มาตรา 12 ให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 9 สำหรับรายรับจากการบริหารเงิน ให้แก่วิสาหกิจในเครือที่ได้รับก่อนวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 686) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)

                                  มาตรา 13 สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 508) พ.ศ. 2553 ที่ประสงค์จะจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ให้ยื่นคำร้องขอเป็นสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกานี้ และให้แจ้งเลิกสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 11/10 แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

                                  มาตรา 14 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
 พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา
          นายกรัฐมนตรี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนโดยการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ สมควรกำหนด ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแก่สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศและคนต่างด้าวที่ปฏิบัติงานในสำนักงานใหญ่ ข้ามประเทศดังกล่าว จึงจาเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

                                  (ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 132 ตอนที่ 37 ก วันที่ 1 พฤษภาคม 2558)

ปรับปรุงล่าสุด: 08-11-2019