เมนูปิด

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 109)
เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษี เงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค
--------------------------------

      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10(4) และ (5) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 อธิบดี กรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ดังต่อไปนี้

      ข้อ   1   ในประกาศนี้

                     "กิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค" หมายความว่า กิจการการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค หรือการให้บริการสนับสนุนดังต่อไปนี้ แก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตน ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ

                      (1)  การบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจ และการประสานงานทางธุรกิจ

                      (2)  การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน

                      (3)  การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

                      (4)  การสนับสนุนด้านเทคนิค

                      (5)  การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย

                      (6)  การบริหารด้านงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค

                      (7)  การให้คำปรึกษาด้านการเงิน

                      (8)  การวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

                      (9)  การจัดการและควบคุมสินเชื่อ

                      (10)  การให้บริการสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

                      "การควบคุม" หมายความว่า การควบคุมตามหลักเกณฑ์ของมาตรฐานทางบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป

                      "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง" หมายความว่า บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่นำผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค

                      "รายได้จากการประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค" หมายความว่า รายได้ที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้รับจากวิสาหกิจในเครือ สาขาของตน และจากวิสาหกิจในเครือที่มีการควบคุมระหว่างกัน ซึ่งได้รับการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากกำไรสุทธิเหลือร้อยละ 10 ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ.2545 ดังต่อไปนี้

                      (1)  รายได้จากการให้บริการของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค

                      (2)  ดอกเบี้ยที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้กู้มาเพื่อให้กู้ยืมต่อ

                      (3)  ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่กระทำขึ้นในประเทศไทย

      ข้อ   2   ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่ประสงค์จะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 แจ้งการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคต่ออธิบดี กรมสรรพากร ตามแบบแจ้งการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งต้องมีข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ โดยให้ยื่น ณ สำนักตรวจสอบภาษี (ศูนย์บริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) กรมสรรพากร หรือยื่น ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพากรจังหวัด หรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่บริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีสถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่น ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพากรจังหวัด หรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตั้งอยู่ ก็ได้

      ข้อ   3   การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทซึ่งประกอบกิจการ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                      กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและ กิจการอื่น ให้บริษัทดังกล่าวคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใด ให้บริษัทเฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้จากการประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการ ภูมิภาคและรายได้จากกิจการอื่น

      ข้อ   4   กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและกิจการอื่น หากกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ใน กิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเท่านั้น

      ข้อ   5   ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคยื่นแบบแสดง รายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน ภายใน หนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                      กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและ กิจการอื่น ให้บริษัทดังกล่าวแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนของแต่ละกิจการออกเป็นคนละชุด สำหรับบัญชีงบดุลของบริษัทดังกล่าวให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทในกิจการใดกิจการหนึ่งก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทดังกล่าวให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน

      ข้อ   6   บริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ได้แจ้งการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นต้นไป

      ข้อ   7   กรณีที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศนี้ด้วย

      ข้อ   8   ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545
ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล
(นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล)
อธิบดีกรมสรรพากร

หน้าจอหลักบริการสารสรรพากร : : หน้าจอหลัก ก.ย. 45 : : หน้าก่อน : : หน้าต่อไป

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 20-09-2002