เมนูปิด

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่องมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operating Headquarters : ROH)
--------------------------------

      ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 406) พ.ศ. 2545 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 109) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ลงวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ลดอัตราภาษีเงินได้ให้แก่สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและคนต่างด้าวที่เข้ามาปฏิบัติงานในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคเพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operating Headquarters : ROH) ในประเทศไทยมากขึ้นนั้น กรมสรรพากรขอชี้แจงรายละเอียดดังต่อไปนี้

      ข้อ  1  ผู้มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ดังกล่าว ได้แก่

                  1.1  ROH ซึ่งได้แก่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและประกอบกิจการให้บริการด้านการบริหาร ด้านเทคนิค และบริการสนับสนุนแก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตนไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ในต่างประเทศ และปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

                        (1)  ต้องมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

                        (2)  ต้องให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือในต่างประเทศหรือสาขาของตนในต่างประเทศอย่างน้อย 3 ประเทศ

                        (3)  ต้องมีรายได้จากวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศหรือสาขาในต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของรายได้ทั้งหมดของ ROH เว้นแต่ใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีแรกนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่แจ้งการเป็น ROH ต่อกรมสรรพากร จะมีรายได้จากต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมดของ ROH นั้นก็ได้

                        (4)  ต้องแจ้งการดำเนินการ ROH ต่อกรมสรรพากร

                  1.2  คนต่างด้าว ซึ่งปฏิบัติงานใน ROH ตาม 1.1

      ข้อ  2  การให้บริการสนับสนุนของ ROH ที่ให้บริการสนับสนุนแก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตนตาม 1.1 คือการให้บริการสนับสนุนในเรื่องดังต่อไปนี้

                  2.1  การให้บริการด้านการบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจและการประสานงานทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น

                          ROH ให้บริการสนับสนุนเกี่ยวกับการบริหารกิจการโรงแรมของวิสาหกิจในเครือ เช่น การให้คำปรึกษา แนะนำ และแก้ปัญหาในการบริหารงานหรือปรับปรุงการบริหารงานให้ดีขึ้น การให้บริการลูกค้า การรักษามาตรฐานโรงแรม การจัดทำงบประมาณและบัญชี การควบคุมรายรับรายจ่ายทุกชนิด การคัดเลือกและฝึกอบรมพนักงาน การส่งเสริมการขายและการตลาด

                  2.2  การให้บริการหาแหล่งวัตถุดิบและชิ้นส่วน ตัวอย่างเช่น

                          ROH ให้บริการหาแหล่งจัดซื้อสินค้าเกษตรกรรมในประเทศไทยให้แก่วิสาหกิจในเครือของประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋องเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

                  2.3  การให้บริการด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น

                          (1)  ROH รับทำการวิจัยและพัฒนาวิธีเพาะเลี้ยงพันธุ์กุ้งน้ำจืดให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพที่เป็นที่ต้องการของตลาดให้แก่วิสาหกิจในเครือทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งประกอบกิจการฟาร์มกุ้งและอาหารแช่แข็ง

                          (2)  ROH รับทำการวิจัยและพัฒนาช่วงล่างและระบบกันสะเทือนของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อให้กับโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของวิสาหกิจในเครือ ซึ่งเปิดดำเนินกิจการต่างประเทศ

                  2.4  การให้บริการด้านเทคนิค หรือสนับสนุนด้านเทคนิค ตัวอย่างเช่น

                          (1)  ROH จัดส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยตรวจสอบและทดสอบการเดินเครื่องจักรของโรงงานของวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ รวมทั้งคอยให้คำปรึกษา แนะนำ พนักงานของวิสาหกิจในเครือเกี่ยวกับเทคนิคการใช้เครื่องจักรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดตลอดจนเทคนิคในการดูแลรักษาเครื่องจักร

                          (2)  ROH ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่วิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ โดยให้คำปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนด้านข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการผลิตกระจกและผลิตภัณฑ์เสื้อเกราะกันกระสุน

                  2.5  การให้บริการวางแผนด้านการตลาดและด้านส่งเสริมการขายตัวอย่างเช่น

                          (1) ROH รับบริการให้คำปรึกษาและวางแผนด้านการตลาดการขายและการประชาสัมพันธ์แก่วิสาหกิจในเครือที่ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศตลอดจนทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับกลุ่มผู้ร่วมลงทุนในกิจการดังกล่าว

                          (2) ROH รับติดต่อโฆษณาผ่านทางสื่อต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่และแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ของวิสาหกิจในเครือให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับวางกลยุทธ์เพื่อหาตลาดใหม่ในประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา

                  2.6  การให้บริการด้านการบริหารงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น

                          ROH รับเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียนสำหรับการจัดฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ภาษา การแต่งกายรวมถึงการเปิดรับสมัครบุคลากรใหม่เข้าเป็นพนักงานต้อนรับดังกล่าวให้กับวิสาหกิจในเครือซึ่งประกอบกิจการสายการบินระหว่างประเทศ

                  2.7  การให้บริการคำปรึกษาด้านการเงิน ตัวอย่างเช่น

                          ROH ให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้แก่วิสาหกิจในเครือโดยให้คำแนะนำทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินกู้และการประกันความเสี่ยง รวมถึงทำหน้าที่ตรวจทานเอกสารสัญญา วิธีการดำเนินการและเงื่อนไขเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้ ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินเบื้องต้น แนะนำการวางโครงสร้างเงินกู้ภายใต้การประกันความเสี่ยงต่าง ๆ

                  2.8  การให้บริการวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ตัวอย่างเช่น

                          ROH ให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยจัดทำเป็นรายงานสรุปและวิเคราะห์ถึงอัตราการเจริญเติบโต ผลตอบแทน ขนาดการลงทุน และทิศทางในอนาคตของธุรกิจดังกล่าวเสนอแก่กลุ่มวิสาหกิจในเครือที่ลงทุนในภูมิภาคนี้

                  2.9  การให้บริการควบคุมและจัดการสินเชื่อ ตัวอย่างเช่น

                          ROH ดำเนินการให้สินเชื่อหรือจัดหาสินเชื่อจากแหล่งเงินกู้ในต่างประเทศให้กับวิสาหกิจในเครือซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลต่างประเทศในการออกแบบก่อสร้างและดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินในต่างประเทศโดยจะทำหน้าที่บริหารและควบคุมการเบิกจ่ายสินเชื่อตามวงเงินที่กำหนดในสัญญาพร้อมกับให้การค้ำประกันในหนี้เงินกู้ของวิสาหกิจในเครือดังกล่าวต่อธนาคารผู้ให้กู้

      ข้อ  3  สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ

                  3.1  ภาษีเงินได้นิติบุคคล

                          3.1.1  ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ ROH จากร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ให้คงเหลือจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ สำหรับรายได้จากการให้บริการของ ROH แก่วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาในต่างประเทศของ ROH

                          3.1.2  ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ ROH จากร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ให้คงเหลือจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ สำหรับเงินได้ค่าสิทธิที่ ROH ได้รับจากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งนี้ เฉพาะที่เกิดจากผลงานที่กระทำขึ้นในประเทศไทยที่ทำให้วิสาหกิจในเครือหรือสาขาต่างประเทศของ ROH รวมถึงค่าสิทธิที่ได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้นำผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของ ROH ไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่ ROH วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาในต่างประเทศของ ROH

                          3.1.3  ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ ROH จากร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ให้คงเหลือจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิสำหรับดอกเบี้ยที่ ROH ได้รับจากวิสาหกิจในเครือหรือสาขาในต่างประเทศ เฉพาะในส่วนที่ ROH ได้กู้มาเพื่อให้กู้ต่อกับวิสาหกิจในเครือหรือสาขาในต่างประเทศ

                          3.1.4  ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่ ROH ได้รับจากวิสาหกิจในเครือทั้งจากในและต่างประเทศ

                          3.1.5  ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรของกิจการ ROH ที่จ่ายให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

                          3.1.6  กำหนดให้ ROH มีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทอาคารถาวรที่ ROH ซื้อหรือได้รับโอนกรรมสิทธิ์เพื่อมีไว้ในการประกอบกิจการของตนเองได้เบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตราร้อยละ 25 ของมูลค่าต้นทุน ส่วนที่เหลือให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาภายในระยะเวลา 20 ปี ทั้งนี้ เฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545

                  3.2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นอกจากมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง ROH ข้างต้นแล้ว คนต่างด้าวที่ทำงานใน ROH ยังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทางภาษีบางประการด้วย คนต่างด้าวที่ได้รับสิทธิตามนี้ หมายถึงคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานใน ROH ซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 1 โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่เกิน 2 ปี ดังนี้

                          3.2.1  คนต่างด้าวซึ่งปฏิบัติงานใน ROH ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลง และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่ได้รับจาก ROH

                          3.2.2  ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่คนต่างด้าวซึ่งปฏิบัติงานใน ROH สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานที่ได้รับในต่างประเทศ เนื่องจากคนต่างด้าวนั้นถูกส่งไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทั้งนี้ ROH ในประเทศไทยและวิสาหกิจในเครือซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องไม่นำเงินได้ที่จ่ายให้คนต่างด้าวดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

                          คนต่างด้าวซึ่งกลับเข้ามาทำงานประจำ ROH ใด ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่การจ้างแรงงานครั้งก่อนที่ได้ปฏิบัติงานใน ROH ใด ROH หนึ่งสิ้นสุดลง จะไม่ได้รับสิทธิและผลประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวข้างต้นสำหรับการจ้างแรงงานครั้งหลัง

      ข้อ  4  ROH ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 109) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค ลงวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ดังนี้

                  4.1  ROH ที่ประสงค์จะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 ต้องแจ้งการจัดตั้ง ROH ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามแบบแจ้งการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค โดยให้ยื่น ณ สำนักตรวจสอบภาษี (ศูนย์บริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่) กรมสรรพากร หรือยื่น ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพากรจังหวัด สำนักงานสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่บริษัทที่ประกอบกิจการ ROH มีสถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่น ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพากรจังหวัดหรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ประกอบกิจการ ROH ตั้งอยู่ ก็ได้

                  4.2  การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของ ROH ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                          กรณี ROH ประกอบกิจการทั้งกิจการ ROH และกิจการอื่น ให้ ROHคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใด ให้ ROH เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้จากการประกอบกิจการ ROH และรายได้จากกิจการอื่น

                  4.3  กรณี ROH ประกอบกิจการทั้งกิจการ ROH และกิจการอื่น หากกิจการ ROH มีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ในกิจการ ROH เท่านั้น

                  4.4  ให้ ROH ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ ROH พร้อมทั้งบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ภ.ง.ด.50) พร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ ROH ภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ภ.ง.ด.51) พร้อมกับชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

                          กรณี ROH ประกอบกิจการทั้งกิจการ ROH และกิจการอื่น ให้ ROH แยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ ROH พร้อมทั้งบัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนของแต่ละกิจการออกเป็นคนละชุด สำหรับบัญชีงบดุลของ ROH ให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ ROH ในกิจการใดกิจการหนึ่งก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของ ROH ให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน

                  4.5  กรณี ROH แจ้งการจัดตั้ง ROH ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีนั้นเป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ต้องไม่ก่อนวันที่ 16 สิงหาคม 2545

      จึงขอชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

กรมสรรพากร
5 กันยายน 2545

หน้าจอหลักบริการสารสรรพากร : : หน้าจอหลัก ก.ย. 45 : : หน้าต่อไป

 

 

ปรับปรุงล่าสุด: 20-09-2002