เมนูปิด
เลขที่หนังสือ: กค 0702/3059
วันที่: 3 เมษายน 2556
เรื่อง: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้พึงประเมินจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อกฎหมาย: มาตรา 42(17) และมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ           ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้พึงประเมินจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้
          1. โรงพยาบาลฯ ได้หารือว่า เงินได้พึงประเมินดังต่อไปนี้ เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่
          (1) ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ซึ่งจ่ายให้แพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ
          (2) เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ซึ่งจ่ายให้ข้าราชการตามคำสั่งกำลังพลค่าตอบแทนเพิ่มเติมขึ้นเป็นกรณีพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนและสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งจ่ายให้แพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ
แนววินิจฉัย           1. กรณีตาม 1 (1) ค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายสำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายสำหรับกำลังคนด้านสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ พ.ศ.2548 หมายความว่า ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานที่จ่ายให้แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานเป็นการประจำในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นการกำหนดให้มีค่าตอบแทนการปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ เพื่อจูงใจให้กำลังคนด้านสาธารณสุขปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ขาดแคลนหรือทุรกันดาร ไม่ใช่เงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกระทรวงการคลังอนุญาตให้จ่ายได้ จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 2 (15) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509)ฯ และไม่เข้าลักษณะเป็นเงินค่าตอบแทนพิเศษที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2550 จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 2 (86) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ฯ
          2. กรณีตาม 1 (2) เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ซึ่งจ่ายให้ข้าราชการตามคำสั่งกำลังพลของ กอ.รมน. ตามข้อ 10 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบค่าทดแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการเนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ.2521 และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตย และรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ.2521 ซึ่งรัฐบาลได้จ่ายให้เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการในกรณีป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ให้ได้รับบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทน และการช่วยเหลือเข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้เบิกจ่ายได้ จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17)แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (15) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ฯ
          3. กรณีตาม 1 (3) เงินค่าตอบแทน ตามข้อบังคับกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2544 ข้อ 8 (4) หมายความว่า เงินที่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพเสริมสร้างแรงจูงใจ และตอบแทนในการปฏิบัติงาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณา อนุมัติค่าตอบแทนเพิ่มเติมขึ้นเป็นกรณีพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 จึงถือเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ซึ่งจ่ายให้แก่ข้าราชการที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ปกติ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เข้าลักษณะเป็นเงินค่าตอบแทนพิเศษที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้รับตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2550 จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 2 (86) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ฯ
เลขตู้: 76/38536

 

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020