เมนูปิด
เลขที่หนังสือ: กค 0702/5009
วันที่: 10 มิถุนายน 2556
เรื่อง: กรณีการออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากร
ข้อกฎหมาย: มาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ           บริษัท พ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลจดทะเบียน ณ ประเทศสิงคโปร์ ประกอบกิจการให้บริการสำรวจแหล่งน้ำมันก๊าซธรรมชาติ จากการวิเคราะห์แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 - 2552 พบว่า บริษัท ฟ. ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1 ก แต่ไม่ได้บันทึกภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และไม่ได้นำส่งเอกสารเกี่ยวข้องกับเงินเดือนของพนักงานจากสาขาต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่ได้มีการจ่ายจริง เจ้าพนักงานประเมิน สท. จึงได้ออกหมายเรียกตรวจสอบสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551-2552 ตามหมายเรียก ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ให้มาพบและส่งมอบเอกสารโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา บริษัท ฟ. ได้รับเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 และมีหนังสือฉบับลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 แจ้งว่า ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตั้งแตวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ตามหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 253 จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้อมูลการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พบว่าวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 บริษัท ฟ. ได้ยื่นแบบคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 09) แจ้งลดจำนวนสาขา โดยลดสาขาที่ 1 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 บริษัท ฟ. ได้ยื่นแบบ ภ.พ. 09 แจ้งย้ายสำนักงานใหญ่จากอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ไปอยู่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร และแจ้งเพิ่มสาขา 1 ที่อยู่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา สท. ขอทราบว่า
          1. กรณีบริษัท ฟ. ได้รับหมายเรียกตามประมวลรัษฎากร ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ซึ่งเป็นวันเดียวกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกหนังสือรับรองฯ การย้ายสำนักงานใหญ่นั้น ถือเป็นการออกหมายเรียกที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
          2. กรณีหากเป็นออกหมายเรียกชอบด้วยกฎหมาย สท.ต้องดำเนินการตรวจสอบภาษีอากรจนแล้วเสร็จหรือไม่ เนื่องจากบริษัท ฟ. ได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีไว้บางส่วนแล้ว หรือต้องโอนหมายเรียกดังกล่าว ให้สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานครตรวจสอบต่อไป
แนววินิจฉัย           1. กรณีบริษัท ฟ. แจ้งย้ายสำนักงานใหญ่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ไปอยู่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยยื่นแบบ ภ.พ. 09 ระบุว่า ขอแจ้งย้ายสำนักงานใหญ่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 และแจ้งย้ายสำนักงานใหญ่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 โดยระบุว่า ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ทำให้ที่ตั้งที่ทำการตามตราสารจัดตั้งเป็นภูมิลำเนาตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่แห่งใหม่จึงถือเป็นภูมิลำเนาของบริษัท ฟ. ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป การส่งหมายเรียกตรวจสอบภาษีอากรสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551-2552 ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา จึงมิใช่เป็นการส่งหมายเรียก ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือสำนักงานของบุคคลนั้น ตามมาตรา 8 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อการส่งหมายเรียกไม่ชอบด้วยกฎหมายการออกหมายเรียกจึงไม่มีผลตามกฎหมาย เมื่อมีประเด็นที่จะต้องตรวจสอบ สท. ต้องโอนเรื่องให้ สท.กรุงเทพมหานครดำเนินการออกหมายเรียกใหม่เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป
          2. กรณีพนักงานของบริษัท ฟ. ไม่มีใบมอบอำนาจ จึงไม่มีฐานะเป็นตัวแทนของบริษัท ฟ. เมื่อพนักงานของบริษัท ฟ. ได้มาพบเจ้าพนักงานและส่งมอบเอกสาร ได้แก่ รายงานภาษีซื้อ ใบสำคัญการจ่าย และสมุดบัญชีธนาคาร จึงไม่มีผลในทางนิตินัยผูกพันบริษัท ฟ. ไม่ถือว่า เจ้าพนักงานประเมิน สท. ได้รับเอกสารหลักฐานไว้แล้วบางส่วน จึงต้องโอนเรื่องให้ สท. กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีเขตรับผิดชอบตามภูมิลำเนาแห่งใหม่ของบริษัท ฟ. เป็นผู้ตรวจสอบภาษีอากรต่อไป
เลขตู้: 76/38641

ปรับปรุงล่าสุด: 22-05-2020